Sunday, March 28, 2010

In Life




In Life
© Angie Flores
Translated by BungaHimalaya/บุหงาหิมาลัย



In life there are people that will hurt us and cause us pain,
but we must learn to forgive and forget and not hold grudges.
ในชีวิต จะมีคนที่ทำร้ายเราและทำให้เราเจ็บปวด
แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมมันให้ได้ และไม่แค้นเคือง


In life there are mistakes we will make,
but we must learn from our wrongs and grow from them.
ในชีวิต ย่อมมีความผิดพลาดที่เราจะก่อขึ้น
แต่เราก็ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของเราและเติบโตขึ้นจากเรื่องราวเหล่านั้น


In life there are regrets we will have to live with, but we must learn to leave the past behind and realize it is something we can't change.
ในชีวิต เราจะต้องพบกับความเสียใจ แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง
และยอมรับว่านั่นคือบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้


In life there are people we will lose forever and can't have back,but we must learn to let go & move on.
ในชีวิต จะมีคนที่เราต้องสูญเสียไปชั่วนิรันดร์และไม่อาจเรียกร้องให้คืนกลับมา
แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและมุ่งหน้าต่อไป


In life there are going to be obstacles that will cause interference,but we must learn to overcome these challenges and grow stronger.
ในชีวิต จะต้องมีอุปสรรคที่นำมาซึ่งเรื่องรบกวนจิตใจ
แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะฝ่าข้ามความท้าทายเหล่านี้และแข็งแกร่งขึ้น


In life there are fears that will hold us back from what we want,but we must learn to fight them with the courage from within.
ในชีวิต จะต้องมีความหวาดกลัวที่เหนี่ยวรั้งเราจากสิ่งที่เราปรารถนา
แต่เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับสิ่งเหล่านั้นด้วยความหาญกล้าภายในใจเรา


God holds our lives in his hands. He holds the key to our future. Only he knows our fate.
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ประคองชีวิตของเราไว้ในอุ้งมือของท่าน ท่านคือผู้กำหนดอนาคตของเรา มีแต่ท่านเท่านั้นที่รู้ชะตาชีวิตของเรา


He see's everything and knows everything. Everything in life really does happen for a reason: "God's Reason".
ท่านมองเห็นทุกสิ่งและรู้ทุกอย่าง ทุกเรื่องราวในชีวิต แท้จริงล้วนอุบัติขึ้นด้วยเหตุปัจจัยของมัน : “เหตุผลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์”


Source: In Life, Inspirational Poems http://www.familyfriendpoems.com/life/poetry.asp?poem=22495#ixzz0jXj6SqK4


ฝันสลาย
ขุนเขายะเยือก
ร้อยบุปผา
รวม 45 เพลงมาลีฮวนน่า
This is the life


วรรคทองขององค์ ดาไล ลามะ




Happiness is not something ready made. It comes from your own actions.
ความสุขไม่ใช่บางสิ่งบางอย่างที่สำเร็จรูป ความสุขเกิดจากการกระทำของเธอเอง

Be kind whenever possible. It is always possible.
ให้ความเมตตาทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะการทำเช่นนั้นเป็นไปได้เสมอ

I find hope in the darkest of days, and focus in the brightest. I do not judge the universe.
ข้าพเจ้ามีความหวังแม้ในวันอันมืดมิด และให้ความสำคัญกับส่วนที่สว่างไสวที่สุด ข้าพเจ้าจะไม่ตัดสินจักรวาลนี้

If you have a particular faith or religion, that is good. But you can survive without it.
หากเธอมีความเชื่อในบางสิ่งหรือนับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่เธอก็สามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากสิ่งนั้น

It is very important to generate a good attitude, a good heart, as much as possible.
สิ่งสำคัญยิ่งคือการสร้างทัศนคติที่ดี และจิตใจที่ดี ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

Love and compassion are necessities, not luxuries. Without them humanity cannot survive.
ความรักและความกรุณาเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย หากปราศจากซึ่งสิ่งเหล่านี้ มนุษยชาติก็ไม่อาจดำรงอยู่ได้

My religion is very simple. My religion is kindness.
ศาสนาของข้าพเจ้านั้นเรียบง่ายมาก ศาสนาของข้าพคือความเมตตา

Our prime purpose in this life is to help others. And if you can't help them, at least don't hurt them.
เป้าหมายสำคัญของเราในชีวิตนี้คือการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น หากเธอช่วยเหลือพวกเขาไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็อย่าไปทำร้ายพวกเขา

There is no need for temples, no need for complicated philosophies. My brain and my heart are my temples; my philosophy is kindness.
ไม่มีความจำเป็นสำหรับโบสถ์วิหาร ไม่มีความจำเป็นสำหรับปรัชญาแนวคิดที่ซับซ้อน สมองและหัวใจของข้าพเจ้าคือวิหารส่วนตน ปรัชญาของข้าพเจ้าคือความเมตตา

Sleep is the best meditation.
การนอนหลับคือวิธีเจริญสมาธิที่ดีที่สุด

Dalai Lama





                     Leycesteria formosa Wallich by Mintegui via Flower story


CNN Interviews His Holiness The Dalai Lama


The Power of Forgiveness HH The Dalai Lama
Mahamrityunjaya Mantra 
TIBETAN HEALING SOUNDS
ZEN: MUSIC FOR BALANCE AND RELAXATION

Saturday, March 27, 2010

ธรรมชาติ




Nature ธรรมชาติ 
Nature is mighty ธรรมชาติยิ่งใหญ่
Nature is strong ธรรมชาติแข็งแกร่ง
Nature is usually always right ธรรมชาติมักจะถูกต้องเสมอ 
Nature is rarely ever wrong ธรรมชาติแทบจะไม่เคยผิดเลย 
Nature is beauty ธรรมชาติคือความงาม
Nature is moody ธรรมชาติคือความขุ่นเคือง
Nature is smart ธรรมชาติคือความฉลาดหลักแหลม 
Nature always has the greater part 
ธรรมชาติมักจะมีความหมายกว่าเสมอ 
Nature is blue ธรรมชาติเป็นสีฟ้า 
Nature is green ธรรมชาติเป็นสีเขียว 
Nature is every color possibly seen ธรรมชาติเป็นทุกสีที่อาจมองเห็น 
Nature is true ธรรมชาติคือความเที่ยงแท้
Nature is beaming ธรรมชาติกำลังเปล่งรัศมี 
Nature is dreaming ธรรมชาติกำลังหลับฝัน 
Nature is in every place ธรรมชาติอยู่ในทุกแห่งหน 
Nature is always with grace ธรรมชาติเคียงคู่ความสง่างามเสมอ 
Nature is true ธรรมชาติคือความเที่ยงแท้ 
Nature is you ธรรมชาติคือเธอ 
Nature is me ธรรมชาติคือฉัน
Nature will forever be free ธรรมชาติจะเป็นอิสระชั่วนิจนิรันดร์

Friday, March 26, 2010

เพราะเหตุใด


เพราะเหตุใด...เราจึงนิ่งเฉย


เพราะเหตุใด...เราจึงไม่เอื้อนเอ่ยวาจา


เพราะเหตุใด...เราจึงไม่พิทักษ์ฟ้า


เพราะเหตุใด...เราจึงไม่หาญกล้าเหมือนเคย


เพราะเหตุใด...เราจึงปล่อยให้ฝ่ายอธรรมล่วงล้ำก้ำเกิน


เพราะเหตุใด...เราจึงไม่เดินถือธงธรรมนำหน้า


เพราะเหตุใด...เราจึงทนดูผู้ปองร้ายแผ่นดินไทยจ้วงจาบวาจา


หรือเพราะว่า...ผู้ต่ำช้า...รอเวลา...ธรณีกลืนกิน

เหนื่อยไหม


เมื่อหลายปีก่อน...เธอโกหกฉัน

เมื่อปีที่แล้ว...เธอโกหกฉัน

เมื่อเดือนที่แล้ว...เธอก็โกหกฉัน

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว...เธอโกหกฉัน

เมื่อคืนนี้...เธอโกหกฉัน

วันนี้...เธอก็โกหกฉัน

แต่...ทุกทุกวันที่ผ่านมา...เธอโกหกตัวเอง

Thursday, March 25, 2010

วันที่มีความหมาย


Old friends pass away, new friends appear. It is just like the days. An old day passes, a new day arrives. The important thing is to make it meaningful: a meaningful friend - or a meaningful day.


เพื่อนเก่าลาลับ เพื่อนใหม่ปรากฏ เฉกเช่นวารวัน วันเก่าผันผ่าน วันใหม่มาเยือน สิ่งสำคัญคือการทำให้สิ่งนั้นมีความหมาย : เพื่อนผู้มีความหมาย หรือวันที่มีความหมาย

Dalai Lama

ความดำรงอยู่ทั้งมวลล้วนร่าเริงเบิกบาน



Look at the trees, look at the birds, look at the clouds,

look at the stars

...and if you have eyes you will be able to see that the whole existence is joyful. 

Everything is simply happy. Trees are happy for no reason; 

they are not going to become prime ministers or presidents and they are not going to become rich and they will never have any bank balance.

Look at the flowers -for no reason.
It is simply unbelievable how happy the flowers are.

มองดูแมกไม้ มองดูฝูงนก มองดูก้อนเมฆ มองดูหมู่ดาว

...หากมีดวงตาที่แลเห็นเธอย่อมจักแลเห็นว่า ความดำรงอยู่ทั้งมวลล้วนร่าเริงเบิกบาน

สรรพสิ่งทั้งนั้นมีความสุขเป็นธรรมดา 

มวลหมู่พฤกษามีความสุขเป็นธรรมชาติ 


พวกเขามิได้มุ่งสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดีและพวกเขามิได้มุ่งสู่ความมั่งคั่งและก็ไม่มีวันที่จะครอบครองบัญชีเงินฝากใดๆ


มองดูหมู่มวลบุปผา - ด้วยจิตใจที่เปลือยเปล่า
เช่นนั้น...เธอจะแลเห็นความสุขอันเหลือเชื่อของดอกไม้ทั้งมวล

Osho


Happiness is here and now

Tuesday, March 23, 2010

สำเนียงส่อภาษา...


ช่วงนี้เหตุการณ์บ้านเมืองมีความสับสนวุ่นวายจนน่าเป็นห่วง ผู้คนในแวดวงต่างๆออกมาแสดงจุดยืนของตนด้วยถ้อยคำวาจาอันหลากหลายทั้งสาระและรูปแบบ ทั้งฆราวาสและสงฆ์ ก็เลยคัดสรรข้อคิดคำคมว่าด้วยการใช้วาจามาฝากผู้ที่แวะเข้ามาค่ะ

Wise men talk because they have something to say; fools, because they have to say something.
ผู้มีปัญญาเอ่ยวาจาเพราะมีบางสิ่งจะกล่าว คนเบาปัญญาเอ่ยวาจาเพราะต้องกล่าวบางสิ่งออกมา
Plato

Great minds talk about ideas, Average minds talk about things, small minds talk about other people.
ผู้มีจิตใจสูงส่งจะกล่าวถึงมโนคติทั้งหลาย ผู้มีจิตใจระดับกลางๆจะกล่าวถึงสรรพสิ่ง ผู้มีจิตใจอันต่ำต้อยด้อยค่าจะกล่าวถึงผู้อื่น
Unknown

It is easy to talk on religion, but difficult to practice it. การกล่าวถึงศาสนาเป็นเรื่องง่าย แต่การปฏิบัติตามคำสอนของศาสนานั้นเป็นเรื่องยาก

Ramakrishna

Don't talk about what you have done or what you are going to do.
อย่าพูดถึงสิ่งที่เธอได้ทำเสร็จแล้วหรือสิ่งที่เธอกำลังจะทำ
Thomas Jefferson

It isn't enough to talk about peace. One must believe in it. And it isn't enough to believe in it. One must work at it.
เพียงการพูดถึงสันติภาพนั้นยังไม่พอ เราพึงมีความเชื่อในสันติภาพด้วย และเพียงการมีความเชื่อในสันติภาพนั้นก็ยังไม่พอ หากแต่เราจะต้องสรรค์สร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นด้วย
Eleanor Roosevelt

Those who know don't talk.Those who talk don't know.
ผู้รู้ไม่กล่าวถ้อยคำ ผู้กล่าวถ้อยคำไม่รู้
Lao Tzu

Handle them carefully, for words have more power than atom bombs.
พึงใช้ถ้อยคำด้วยความระมัดระวัง เพราะพลังแห่งถ้อยคำนั้นยิ่งกว่าระเบิดปรมาณู
Pearl Strachan

We have two ears and one tongue so that we would listen more and talk less.
เรามีหูสองข้าง และมีเพียงหนึ่งลิ้น ดังนั้นเราจึงควรรับฟังให้มากกว่าพูด

Diogenes

Speech is the mirror of the soul; as a man speaks, so he is.
ถ้อยคำคือกระจกสะท้อนจิตวิญญาณ คำพูดของผู้คน คือตัวตนของเขาผู้นั้น
Publilius Syrus

Words are plentiful; deeds are precious.
ถ้อยคำวาจาไหลบ่าท่วมท้น การกระทำต่างหากที่ทรงคุณค่า
Lech Walesa

We do not need to proselytize either by our speech or by our writing. We can only do so really with our lives.
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงศาสนาหรือความเชื่อของผู้คน ด้วยการใช้ถ้อยคำหรือข้อเขียนของเรา เราสามารถจะทำเช่นนั้นได้ด้วยการใช้ชีวิตของเราเท่านั้นจริงๆ
Mahatma Gandhi

If you wouldn't write it and sign it, don't say it.
หากเธอไม่สามารถเขียนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และลงนามรับรองได้ จงอย่าเอ่ยสิ่งนั้นออกมา
Earl Wilson

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Monday, March 15, 2010

A Powerful Stroke of Insight


Jill Bolte Taylor ได้รับโอกาสที่นักวิทยาศาสตร์น้อยคนนักจะปรารถนา นั่นก็คือ

เธอมีอาการเส้นเลือดสมองแตกซึ่งกินบริเวณกว้าง แต่ในระหว่างที่มีอาการอยู่นั้น

เธอก็มีโอกาสได้ใช้วิชาชีพการเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านสมองของเธอเฝ้าดูการทำงาน

ของสมองตัวเองที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว การพูด ความรู้ตัว ค่อยๆดับวูบลงไป

ทีละอย่างๆ ลองมาติดตามเรื่องราวอันน่าทึ่งของเธอกันดีกว่า

http://www.ted.com/talks/jill_bolte_taylor_s_powerful_stroke_of_insight.html

How many languages are there in the world?


“How many languages are there in the world? How about 5 billion!
Each of us talks, listens, and thinks in his/her own special language
that has been shaped by our culture, experiences, profession,
personality, mores and attitudes. The chance of us meeting someone
else who talks the exact same language is pretty remote.”

ข้อความที่ยกมาซึ่งเป็นของนักคิดนิรนาม ได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจไม่น้อยเกี่ยวกับ
จำนวนภาษาที่มีอยู่ในโลก ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของคำถามก็ให้คำตอบที่ว่า สัก 5,000 ล้าน

ภาษาเป็นไง ซึ่งหลายคนคงทำตาโต แล้วก็บอกว่า เป็นไปไม่ได้ แท้ที่จริงผู้ตั้งคำถาม
เพียงอยากบอกเราว่า คำตอบที่ว่านั่นเป็นไปได้จริงๆ เพราะว่าเราแต่ละคนในโลกต่างก็

พูด ฟัง และคิด ผ่านภาษาเฉพาะตัวของแต่ละคนซึ่งเป็นผลพวงของการหล่อหลอมจาก
วัฒนธรรม ประสบการณ์ การงานอาชีพ บุคลิกภาพ ขนบธรรมเนียม และทัศนคติ

ของใครคนนั้น โอกาสที่เราจะได้พบกับใครคนหนึ่งซึ่งพูดจาด้วยภาษาที่เหมือนกับเรา
ทุกประการเป็นไปได้ยากเต็มที


ในทางภาษาศาสตร์ เรามีคำศัพท์สำหรับใช้เรียกรูปแบบภาษาของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละว่า “idiolect” ซึ่งหมายรวมถึงลักษณะต่างๆที่ประกอบขึ้นเป็นภาษา

ไม่ว่าจะเป็น เสียง คำศัพท์ โครงสร้างประโยค หรือวัจนลีลา และเมื่อถ้อยคำแห่งภาษา
ถูกเปล่งออกมาภายใต้อารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง ยิ่งสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ที่เอื้อนเอ่ย
ถ้อยคำนั้นอย่างแท้จริง

สรรพสำเนียงของภาษาที่เราแต่ละคนถ่ายทอดสู่โลกภายนอกนั้น
คือสิ่งบ่งบอกสภาวะทางวิญญาณแห่งโลกภายในของเรา

“Speech is the mirror of the soul.”
Publilius Syrus