Showing posts with label ธรรมชาติ ใจ สงบ ความตื่นใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความใฝ่ดี. Show all posts
Showing posts with label ธรรมชาติ ใจ สงบ ความตื่นใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความใฝ่ดี. Show all posts

Friday, October 29, 2010

ธรรมชาติสามารถน้อมใจเราให้เกิดความสงบได้




ธรรมชาติบันดาลใจ


พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
เมื่อไปท่องทะเล เที่ยวป่า หรือปีนเขา สิ่งที่เราปราถนาจะเห็นคือ ความตื่นตาตื่นใจจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเวิ้งฟ้าอันไร้ขอบเขต ลูกไฟดวงใหญ่ที่กำลังพ้นจากผืนน้ำ หมู่ปะการังอันสวยสด ดอกไม้นานาพรรณริมธารใส ม่านน้ำที่ตกลงมาจากผาสูงดังสนั่น หรือทะเลหมอกยามอรุณรุ่ง เราหวังจะได้พบกับทิวทัศน์อันงดงาม แปลกตา และโอฬาร ซึ่งเร้าใจให้ตื่นตะลึงจนต้องอุทานออกมา และอดไม่ได้ที่จะคว้ากล้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

หลายคนแม้ไม่หวังจะได้สัมผัสกับความตระการตาของธรรมชาติ แต่ก็ไปท่องป่าเที่ยวทะเลเพื่อหาความสนุกสนานกับเพื่อนฝูงในบรรยกาศที่แปลกใหม่ ตั้งวงสนทนาฮาเฮ เล่นดนตรี หรือกินเหล้าโดยมีป่าหรือทะเลเป็นฉากหลัง บ้างก็หวังสนุกกับการดำว่ายและโต้คลื่น ขณะที่บางคนก็เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ฟังเพลงเท่านั้น ไปไหนมาไหนจึงมีแต่เครื่องเล่น MP3 กรอกหูทั้งสองข้างอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเที่ยวธรรมชาติด้วยอาการอย่างไร ผู้คนส่วนใหญ่ปรารถนาจะได้สัมผัสกับสิ่งแปลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ หรือเร้าจิตกระตุ้นใจให้ตื่นเต้น ชวนหลงใหล จะว่าไปก็ไม่ต่างจากการไปกินอาหารเมนูเด็ดตามภัตตาคารชื่อดัง เป็นแต่ว่าแทนที่จะไปรับรู้ด้วยลิ้น ก็ไปสัมผัสทางตา หู จมูก หรือกาย เป็นสำคัญ

ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ รสชาติที่เอร็ดอร่อย เสียงเพลงที่เร้าจิตกระตุ้นใจ หรือกิจกรรมที่สนุกสนาน สิ่งเหล่านี้ให้ความรู้สึกที่น่าพึงพอใจชวนหลงใหลก็จริง แต่ก็ดำรงอยู่ได้ไม่นาน และถ้าเร้าจิตกระตุ้นใจมากเกินไป ก็ทำให้เหนื่อยทั้งกายและใจได้ (เสียงเพลงที่ดังสนั่นและหนังที่เต็มไปด้วยฉากบู๊ล้างผลาญ ย่อมส่งผลต่อกายและใจยิ่งกว่าเวลาชื่นชมทะเลหมอกสุดสายตา) ที่สำคัญคือรสชาติเหล่านี้ ถ้าได้เสพหรือสัมผัสบ่อยๆ ความรู้สึกเพลิดเพลินใจจะจางคลายลงจนกลายเป็นความปกติธรรมดาไป ชาวบ้านที่อยู่ริมทะเลจึงไม่ค่อยรู้สึกว่ายามอรุณรุ่งนั้นท้องทะเลงดงามเพียงใด


อย่างไรก็ตาม นอกจากความตื่นตาตื่นใจ หรือความสนุกสนานตื่นเต้นแล้ว ธรรมชาติยังสามารถบันดาลความรู้สึกอีกชนิดหนึ่งให้แก่เราได้ เป็นความรู้สึกที่ประณีตลุ่มลึกกว่าความรู้สึกชนิดแรก นั่นคือความสงบใจ ในขณะที่ความรู้สึกชนิดแรกนั้นเกิดจากการเร้าจิต กระตุ้นใจทางตา จมูก ลิ้น หรือกาย ความสงบใจกลับเกิดจากบรรยากาศที่วิเวกสงบงัน และจากจิตที่เป็นสมาธิกับภาพหรือเสียงที่ปรากฏ

ธรรมชาติที่งดงามและยิ่งใหญ่นั้น สามารถบันดาลให้เกิดความรู้สึกตื่นตาตื่นใจก็จริง แต่ในเวลาเดียวกัน ก็สามารถน้อมใจเราให้เกิดความสงบได้ ขอเพียงแต่เรามีจิตจดจ่ออยู่กับภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า หรือทำกายและจิตให้นิ่ง ไม่นานความตื่นใจก็จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความสงบใจ หรือพูดอีกอย่างก็ได้ว่า ความสงบใจจะบังเกิดขึ้นมาแทนที่ความตื่นตาตื่นใจ
หากจะกล่าวให้เห็นเป็นภาพ ความสงบใจนั้นมาจากส่วนลึกของจิตส่วนความตื่นตาตื่นใจนั้นเป็นอาการที่เกิดกับเปลือกนอกของจิต หรือจิตชั้นแรก ดังนั้นเมื่อมีสิ่งน่ายินดีมากระทบใจ ความตื่นตาตื่นใจรวมถึงความสนุกสนาน และความลิงโลดใจ จึงเกิดขึ้นเป็นอันดับแรก คนส่วนใหญ่รู้จักแต่ความรู้สึกชนิดนี้เท่านั้น ส่วนความสงบใจกลับแทบไม่เคยสัมผัสเลยก็ว่าได้ เพราะจิตใจถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าจากภายนอกรวมทั้งวัตถุสิ่งเสพอยู่ตลอดเวลา จนไม่มีเวลาที่จะได้อยู่นิ่งๆ

การอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับความสงบจากภายใน แม้ว่าในเบื้องแรก ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อเห็นทิวทัศน์อันงดงามตระการตา คือความตื่นตาตื่นใจ หรือความพิศวงในสีสัน แต่หากให้เวลาแก่ตนเอง อานุภาพของธรรมชาติจะค่อยๆ ซึมซับลงไปสัมผัสกับส่วนลึกของจิตใจ และบันดาลความสงบให้ผุดบังเกิดขึ้น เป็นความสงบที่นำความสุขอย่างประณีตลึกซึ้งมาให้แก่เรา ชนิดที่ความตื่นตาตื่นใจหรือความสนุกสนานกลายเป็นความรู้สึกอย่างหยาบไปทันที

แต่มีคนจำนวนไม่น้อย ทั้งๆ ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันตระการตากลับไม่สามารถสัมผัสกับความสงบใจ เพราะมัวติดข้องกับความตื่นตาตื่นใจ หรือพอใจเพียงแต่ความสนุกสนานเท่านั้น หลายคนไม่อดทนที่จะอยู่นิ่งๆ เอาแต่วิ่งหามุมถ่ายรูป พูดคุยหยอกล้อหรือมัวฟังเพลง เมื่อกายไม่สงบ แถมยังหาเรื่องคิดจนฟุ้งซ่าน จึงได้แต่ความสนุก ทั้งๆ ที่ความงดงามของธรรมชาติเบื้องหน้าสามารถตรึงใจให้เราสงบนิ่งได้ไม่ยาก หากให้โอกาสธรรมชาติได้ทำงาน

อันที่จริง ไม่จำเป็นต้องอาศัยธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ตระการตา เพียงแค่ป่าเขาลำเนาไพรธรรมดา ท้องทุ่งยามเช้าและยามเย็น หรือท้องฟ้าที่พร่างพราวด้วยดวงดาว ก็สามารถน้อมใจให้เกิดความสงบได้ไม่ยาก ในยามนั้นเองความทะยานอยากจะฝ่อตัว ความโกรธจะบรรเทา ความหลงตนจะสิ้นพยศ ขณะที่ความสันโดษ ความปรารถนาดี และความอ่อนน้อมถ่อมตนเข้ามาแทนที่ คุณธรรมหรือความใฝ่ดีที่แฝงเร้นอยู่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ จะมีพลัง และสามารถฝ่าเปลือกนอกของจิตออกมาให้เรารับรู้ได้

การมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จึงเป็นการเติมพลังฝ่ายดีให้แก่ตนเอง ช่วยให้เรามีกำลังที่จะทำคุณงามความดี ชนิดที่ไม่ยอมแพ้ความเห็นแก่ตัว หรืออุปสรรคทั้งจากภายในและภายนอก

อย่างไรก็ตามนอกจากความสงบใจแล้ว ธรรมชาติยังสามารถให้ความสว่างแก่จิตใจของเราได้ด้วย เป็นความสว่างที่เกิดจากความรู้ ความเข้าใจในความเป็นจริงของชีวิตและโลก เราสามารถเรียนรู้สัจธรรมจากธรรมชาติได้อย่างไม่มีขอบเขต ครูบาอาจารย์ นับแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ล้วนเปิดใจเรียนรู้สัจธรรมจากธรรมชาติ พระอรหันต์บางท่านรู้แจ้งในมายาภาพของสังขารจนบรรลุธรรมเมื่อเห็นพยับแดด พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ไขปริศนาว่าท่านรู้ธรรมได้อย่างไรในเมื่ออ่านตำรับตำราน้อยมาก ท่านว่า “สำหรับผู้มีปัญญา ธรรมะมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า” ส่วนท่านพุทธทาสภิกขุ ก็แนะให้คนที่มาเยือนสวนโมกข์หัดฟัง “เสียงต้นไม้พูด ก้อนหินสอนธรรมะ” บ้าง

เพียงแค่ใบไม้ร่วง ดอกไม้โรย อาทิตย์อัสดง ก็สอนถึงความไม่เที่ยงของชีวิต ในขณะที่ขุนเขาอันมโหฬาร และท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต ก็เตือนเราให้ตระหนักว่ามนุษย์นั้นช่างเล็กกระจิริด ไม่ต่างจากฝุ่นในจักวาล หาได้ใหญ่โตคับโลกไม่ นอกจากสัจธรรมหรือความจริงของชีวิตแล้ว จริยธรรมหรือบทเรียนสำหรับการดำเนินชีวิต ก็มีให้เรียนรู้มากมายจากธรรมชาติ ในขณะที่มดและผึ้งสอนเราเกี่ยวกับความขยันและความเสียสละ นกที่บินท่องเที่ยวอย่างเสรีโดยมีเพียงปีกสองข้างเท่านั้น ก็สอนเราเกี่ยวกับอิสรภาพที่ไม่ต้องอิงวัตถุ ส่วนต้นไม้ที่เปลี่ยนแดดให้เป็นร่มเงา เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นดอกไม้หอมและผลไม้หวาน กำลังสอนเราใช่หรือไม่ว่า ควรรู้จักเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุข และเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นความสำเร็จ

ภูเขา หมู่เมฆ ต้นน้ำ ลำธาร และน้ำตก สามารถเปิดใจของเราให้สว่างไสวด้วยปัญญาได้เสมอ ขอเพียงแต่รู้จักมองหรือฟังให้เป็นด้วยใจที่สงบและว่างจากความคิดปรุงแต่ง ใจที่สว่างด้วยปัญญานี้แหละที่สามารถบรรลุถึงอิสรภาพจากความทุกข์ทั้งปวง เพราะพ้นจากความยึดมั่นถือมั่น ความผันผวนปรวนแปรหรือความพลัดพรากสูญเสีย จึงทำอะไรไม่ได้อีกต่อไป
ความสว่างและอิสรภาพภายในเป็นศักยภาพที่เรามีอยู่ด้วยกันทุกคน จะเรียกว่าเป็นธรรมชาติส่วนลึกที่สุดของเราก็ว่าได้ หากแต่ถูกปิดกั้นเอาไว้จนไม่สามารถแสดงตัวออกมาได้ กระนั้นก็ตาม ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรานั้น สามารถที่จะเปิดใจเพื่อให้ธรรมชาติส่วนลึกที่สุดนี้ปรากฏแก่เราอย่างบริบูรณ์ได้ หากเราพร้อมที่จะเรียนรู้จากธรรมชาติภายนอก
ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรานั้น สามารถให้อะไรเราได้หลายอย่าง อย่าพอใจแต่เพียงความตื่นตาตื่นใจเท่านั้น หากควรเข้าให้ถึงความสงบใจ และความสว่างใจ
โดยมีอิสรภาพภายในเป็นจุดหมายในที่สุด

จิตวิวัฒน์ มิถุนายน ๒๕๔๙

Copied from http://www.oknation.net/blog/kbd/2009/12/04/entry-1


องค์ใดพระสัมพุทธ
เพลงคือชีวิต