Tuesday, May 17, 2011

พระพุทธเจ้าสอนอะไร





พระพุทธเจ้าสอนอะไร    

สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ ทรงมีพระปรารภว่านักเรียนนักศึกษา ตลอดถึงข้าราชการผู้ที่ไปศึกษาต่อหรือไปรับราชการ ณ ต่างประเทศ ควรจะมีหนังสือแนะแนวคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาเป็นคู่มือ สำหรับอ่านเพื่อให้เกิดความรู้เป็นแนวทางสำหรับปฏิบัติตนเอง และเพื่ออธิบายให้บรรดามิตรชาวต่างประเทศ ผู้ต้องการจะทราบเข้าใจได้ถึงหลักธรรมบางประการ ในพระพุทธศาสนา จึงอาราธนา พระสาสนโสภณ (สุวฑฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร ให้เรียบเรียงเรื่อง "พระพุทธ เจ้าทรงสั่งสอนอะไร" ในแนวความโดยพระประสงค์ในพากษ์ภาษาไทย และทรงอาราธนาให้พระขนฺติปาโล (Laurence C.R.Mills) วัดบวรนิเวศวิหาร กับพระนาคเสโน วัดเบญจมบพิตร แปลเป็นภาษาอังกฤษขึ้นก่อน และโปรดให้พระยาศรีวิสารวาจา พันตำรวจโท เอ็จ ณ ป้อมเพ็ชร์ และนายจอห์น โบลแฟลด์ ตรวจแปลเรียบเรียงขึ้นอีกโดยตลอด จนเป็นที่พอพระหฤทัยในพากษ์ภาษาอังกฤษแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดพิมพ์ขึ้น เนื่องในวาระดิถีวันคล้ายวันประสูติ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๐
วังสระปทุม
๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๐

เมื่อก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ได้มีมหาบุรุษท่านหนึ่ง เกิดขึ้นมาในโลก เป็นโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ และ พระนางสิริมหามายา แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ สักกชนบท ซึ่งบัดนี้อยู่ใน เขตประเทศเนปาล มีพระนามว่า "สิทธัตถะ." ต่อมาอีก ๓๕ ปี พระสิทธัตถะได้ตรัสรู้ธรรม ได้พระนามตาม ความตรัสรู้ว่า "พุทธะ" ซึ่งไทยเราเรียกว่า "พระพุทธเจ้า." พระองค์ได้ ทรงประกาศพระธรรมที่ได้ตรัสรู้แก่ประชาชน จึงเกิดพระพุทธศาสนา (คำสั่งสอนของพระพุทธะ) และบริษัท ๔ คือ ภิกษุ (สามเณร) ภิกษุณี (สามเณรี) อุบาสก อุบาสิกา ขึ้นในโลก จำเดิมแต่นั้น. บัดนี้ ในเมืองไทยมีแต่ภิกษุ (สามเณร) อุบาสกและอุบาสิกา. ภิกษุนั้น คือ ชายผู้ถือบวช ปฏิบัติพระวินัย ของภิกษุ. สามเณรนั้น คือ ชายผู้มีอายุไม่ครบ ๒๐ ปี หรือแม้อายุเกิน ๒๐ ปีแล้วเข้ามาถือบวช ปฏิบัติสิกขาของสามเณร. อุบาสก อุบาสิกานั้น คือ คฤหัสถ์ชายหญิงผู้นับถือพระรัตนตรัยเป็นสรณะ (ที่พึ่ง) และปฏิบัติอยู่ในศีลสำหรับคฤหัสถ์. บัดนี้ มีคำเรียกชายหญิงทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ผู้ประกาศตนถึง พระพุทธเจ้าพร้อมทั้งพระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะว่า "พุทธมามกะ" "พุทธมามิกะ" แปลว่า "ผู้นับถือพระพุทธเจ้า ว่าเป็นพระของตน."

พระพุทธศาสนาได้แผ่ออกจากประเทศถิ่นที่เกิดในประเทศต่าง ๆ ในโลก.
หลักเคารพสูงสุดในพระพุทธศาสนา คือ พระรัตนตรัย (รัตนะ ๓) ได้แก่ พระพุทธเจ้า คือ พระผู้ตรัสรู้พระธรรม แล้ว ทรงประกาศสั่งสอนตั้งพระพุทธศาสนาขึ้น. พระธรรม คือ สัจจธรรม (ธรรม คือ ความจริง) ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ และได้ทรงประกาศสั่งสอนเป็นพระศาสดาขึ้น. พระสงฆ์ คือ หมู่ชนผู้ได้ฟังคำสั่งสอน ได้ปฏิบัติตน และได้รู้ตามพระพุทธเจ้า. บางพวกออกบวชตาม ได้ช่วยนำพระพุทธศาสนา และสืบต่อวงศ์การบวชมาจนถึงปัจจุบันนี้.

ทุกคนผู้เข้ามานับถือพระพุทธศาสนา จะเป็นคฤหัสถ์ ก็ตาม จะถือบวชก็ตาม ต้องทำกิจเบื้องต้น คือ ปฏิญาณตนถึงพระรัตนตรัยนี้เป็นสรณะ คือ ที่พึ่ง หรือดังที่เรียกว่า นับถือ เป็นพระของตน. เทียบกับทางสกุล คือ นับถือพระพุทธเจ้าเป็นพระบิดาผู้ให้กำเนิดชีวิต ในทางจิตของตน. พุทธศาสนิกชนย่อมสังคมกับผู้นับถือศาสนาอื่นได้ และย่อมแสดงความเคารพ สิ่งเคารพในศาสนาอื่นได้ ตามมรรยาทที่เหมาะสม เช่นเดียวกับแสดงความเคารพบิดาหรือมารดาหรือผู้ใหญ่ของคนอื่นได้ แต่ก็คงมีบิดาของตน. ฉะนั้น จึงไม่ขาดจากความเป็นพุทธศาสนิกชนตลอดเวลาที่ยังนับถือพระรัตนตรัยเป็นของตน เช่นเดียวกับเมื่อยังไม่ตัดบิดาของตน ไปรับบิดาของเขามาเป็นบิดา ก็คงเป็นบุตรธิดาของบิดาตนอยู่. หรือเมื่อยังไม่แปลงสัญชาติเป็นอื่น ก็คงเป็นไทยอยู่นั่นเอง. ฉะนั้น พระพุทธศาสนาจึงไม่คับแคบ. ผู้นับถือย่อมสังคมกับชาวโลกต่างชาติ ต่างศาสนาได้สะดวก. ทั้งไม่สอน ให้ลบหลู่ใคร. ตรงกันข้าม กลับให้เคารพต่อผู้ควรเคารพทั้งปวง และไม่ซ่อนเร้นหวงกันธรรมไว้โดยเฉพาะ. ใครจะมาศึกษาปฏิบัติก็ได้ทั้งนั้น โดยไม่ต้องมานับถือก่อน. ทั้งนี้ เพราะแสดงธรรมที่เปิดทางให้พิสูจน์ได้ว่าเป็นสัจจะ (ความจริง) ที่เป็นประโยชน์สุขแก่การดำรงชีวิตในปัจจุบัน. สัจธรรมที่เป็นหลักใหญ่ในพระพุทธศาสนา คือ อริยสัจ ๔

อริยสัจ แปลว่า "สัจจะของผู้ประเสริฐ (หรือผู้เจริญ)" "สัจจะที่ผู้ประเสริฐพึงรู้" "สัจจะที่ทำให้เป็นผู้ประเสริฐ" หรือแปลรวบรัดว่า "สัจจะอย่างประเสริฐ." พึงทำความเข้าใจไว้ก่อนว่า มิใช่สัจจะตามชอบใจของโลกหรือของตนเอง แต่เป็นสัจจะทางปัญญาโดยตรง.

อริยสัจ ๔
๑) ทุกข์ ได้แก่ ความเกิด ความแก่ ความตาย ซึ่งมีเป็นธรรมดาของชีวิต และความโศก ความระทม ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ซึ่งมีแก่จิตใจและร่างกายเป็นครั้งคราว ความประจวบกับสิ่งที่ไม่รักไม่ชอบ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่ชอบ ความปรารถนาไม่สมหวัง. กล่าวโดย ย่อก็คือ กายและใจนี้เองที่เป็นทุกข์ต่าง ๆ จะพูดว่า ชีวิตนี้เป็นทุกข์ต่าง ๆ ดังกล่าวก็ได้.

๒) สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา ความดิ้นรนทะยานอยากของจิตใจ คือ ดิ้นรน ทะยานอยาก เพื่อที่จะได้สิ่งปรารถนาอยากได้ ดิ้นรนทะยานอยากเพื่อจะเป็นอะไรต่าง ๆ ดิ้นรนทะยานอยากที่จะไม่เป็นในภาวะที่ไม่ชอบต่าง ๆ .

๓) นิโรธ ความดับทุกข์ ได้แก่ ดับตัณหา ความดิ้นรน ทะยานอยากดังกล่าว

๔) มรรค ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่ ทางมีองค์ ๘ คือ ความเห็นชอบ ความ ดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ อาชีพชอบ เพียรพยายามชอบ สติชอบ ตั้งใจชอบ.

ได้มีบางคนเข้าใจว่า พระพุทธศาสนามองในแง่ร้าย เพราะแสดงให้เห็นแต่ทุกข์ และสอนสูงเกินกว่าที่คนทั่วไปจะรับได้ เพราะสอนให้ดับความดิ้นรนทะยานอยากเสียหมด ซึ่งจะเป็นไปยาก. เห็นว่าจะต้องมีผู้เข้าใจดังนี้ จึงต้องซ้อมความเข้าใจไว้ ก่อนที่จะแจกอริยสัจออกไป. พระพุทธศาสนามิได้มองในแง่ร้ายหรือแง่ดีทั้งสองอย่างเดียว แต่มองในแง่ของสัจจะ คือ ความจริง ซึ่งต้องใช้ปัญญาและจิตใจที่บริสุทธิ์ประกอบกันพิจารณา.

ตามประวัติพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้ามิได้ทรงแสดงอริยสัจแก่ใครง่าย ๆ แต่ได้ทรงอบรมด้วยธรรมข้ออื่น จนผู้นั้นมีจิตใจบริสุทธิ์พอที่จะรับเข้าใจได้แล้ว จึงทรงแสดงอริยสัจ. ธรรมข้ออื่นที่ทรงอบรมก่อนอยู่เสมอสำหรับคฤหัสถ์นั้น คือ ทรงพรรณนาทาน พรรณนาศีล พรรณนาผลของทาน-ศีล ที่เรียกว่า "สวรรค์" (หมายถึง ความสุขสมบูรณ์ต่าง ๆ ที่เกิด จากทาน-ศีล แม้ในชีวิตนี้) พรรณนาโทษของกาม (สิ่งที่ผูกใจ ให้รักใคร่ปรารถนา) และอานิสงส์ คือ ผลดีของการที่พรากใจออกจากกามได้. เทียบด้วยระดับการศึกษาปัจจุบัน ก็เหมือนอย่างทรงแสดงอริยสัจแก่นักศึกษาชั้นมหาวิทยาลัย. ส่วนนักเรียนที่ต่ำลงมา ก็ทรงแสดงธรรมข้ออื่นตามสมควรแก่ระดับ. พระพุทธเจ้าจะไม่ทรงแสดงธรรมที่สูงกว่าระดับของผู้ฟัง ซึ่งจะไม่เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย. แต่ผู้ที่มุ่งศึกษาแสวงหาความรู้ แม้จะยังปฏิบัติไม่ได้ ก็ยังเป็นทางเจริญความรู้ในสัจจะ ที่ตอบได้ตามเหตุผล และอาจพิจารณาผ่อนลงมาปฏิบัติ ทั้งที่ยังมีตัณหาคือความอยากดังกล่าวอยู่นั่นแหละ. ทางพิจารณานั้นพึงมีได้เช่นที่จะกล่าวเป็นแนวคิดดังนี้:

๑) ทุก ๆ คนปรารถนาสุข ไม่ต้องการทุกข์ แต่ทำไมคนเราจึงยังต้องเป็นทุกข์ และไม่สามารถจะแก้ทุกข์ของตนเองได้ บางทียิ่งแก้ก็ยิ่งเป็นทุกข์มาก. ทั้งนี้ก็เพราะ ไม่รู้เหตุผลตามเป็นจริงว่า อะไรเป็นเหตุของทุกข์ อะไรเป็นเหตุของสุข. ถ้าได้รู้แล้ว ก็จะแก้ได้ คือ ละเหตุที่ให้เกิดทุกข์ ทำเหตุที่ให้เกิดสุข. อุปสรรคที่สำคัญอันหนึ่งก็คือใจของตนเอง เพราะคนเราตามใจตนเองมากไป จึงต้องเกิดเดือดร้อน.

๒) ที่พูดกันว่า ตามใจตนเองนั้น โดยที่แท้ก็คือตามใจตัณหา คือความอยากของใจ. ในขั้นโลก ๆ นี้ ยังไม่ต้องดับความอยากให้หมด เพราะยังต้องอาศัยความอยากเพื่อสร้างโลกหรือสร้างตนเองให้เจริญต่อไป. แต่ก็ต้องมีการควบคุมความอยากให้อยู่ในขอบเขตที่สมควร และจะต้องรู้จักอิ่ม รู้จักพอใจในสิ่งที่ควรอิ่มควรพอ. ดับตัณหาได้เพียงเท่านี้ก็พอครองชีวิตอยู่เป็นสุขในโลก. ผู้ก่อไฟเผาตนเองและเผาโลกอยู่ทุกกาลสมัยก็คือ ผู้ที่ไม่ควบคุมตัณหาของใจให้อยู่ในขอบเขต. ถ้าคนเรามีความอยากจะได้วิชา ก็ตั้งใจพากเพียรเรียน. มีความอยากได้ทรัพย์ ยศ ก็ตั้งใจเพียรทำงานให้ดีตามกำลังตามทางที่สมควร. ดังนี้แล้วก็ใช้ได้ แปลว่า ปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ในทางโลกและก็อยู่ในทางธรรมด้วย.

๓) แต่คนเราต้องการมีการพักผ่อน. ร่างกายก็ต้องมีการพัก ต้องให้หลับ ซึ่งเป็นการพักทางร่างกาย. จิตใจก็ต้องมีเวลาที่ปล่อยให้ว่าง. ถ้าจิตใจยังมุ่งคิดอะไรอยู่ ไม่ปล่อยความคิดนั้นก็หลับไม่ลง. ผู้ที่ต้องการมีความสุขสนุกสนานจากรูป-เสียงทั้งหลาย เช่น ชอบฟังดนตรีที่ไพเราะ หากจะถูกเกณฑ์ ให้ต้องฟังอยู่นานเกินไป. เสียงดนตรีที่ไพเราะที่ดังจ่อหูอยู่นานเกินไปนั้น จะก่อให้เกิดความทุกข์อย่างยิ่ง. จะต้องการหนีไปให้พ้น ต้องการกลับไปอยู่กับสภาวะที่ปราศจากเสียง คือ ความสงบ. จิตใจของคนเราต้องการความสงบดังนี้อยู่ทุกวัน วันหนึ่งเป็นเวลาไม่น้อย. นี้คือความสงบใจ. กล่าวอีกอย่างหนึ่ง ก็คือความสงบความดิ้นรนทะยานอยากของใจ ซึ่งเป็นความดับทุกข์นั่นเอง. ฉะนั้น ถ้าทำความเข้าใจให้ดีว่า ความดับทุกข์ก็คือ ความสงบใจ ซึ่งเป็นอาหารใจ ที่ทุก ๆ คนต้องการอยู่ทุกวัน ก็จะค่อยเข้าใจใน นิโรธ นี้ขึ้น.

๔) ควรคิดต่อไปว่า ใจที่ไม่สงบนั้นก็เพราะเกิดความดิ้นรนขึ้น และก็บัญชาให้ทำ พูด คิด ไปตามใจที่ดิ้นรนนั้น. เมื่อปฏิบัติตามใจไปแล้ว ก็อาจสงบลงได้. แต่การที่ปฏิบัติไปแล้วนั้น บางที ชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวก็ให้เกิดทุกข์โทษอย่างมหันต์. บางทีเป็นมลทินโทษ ที่ทำให้เสียใจไปช้านาน. คนเช่นนี้ควรทราบว่า ท่านเรียกว่า "ทาสของตัณหา." ฉะนั้น จะมีวิธีทำอย่างไร ที่จะไม่แพ้ตัณหา หรือจะเป็นนายของตัณหาในใจของตนเองได้? วิธีดังกล่าวนี้ก็คือ มรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นข้อปฏิบัติ ให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่

มรรคมีองค์ ๘
๑. สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ คือ อริยสัจ ๔ หรือเห็นเหตุผลตามเป็นจริง แม้โดยประการที่ผ่อนพิจารณาลงดังกล่าวมาโดยลำดับ.

๒. สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ คือ ดำริ หรือคิดออกจากสิ่งที่ผูกพันให้เป็นทุกข์. ดำริในทางไม่พยาบาทมุ่งร้าย. ดำริในทางไม่เบียดเบียน.

๓. สัมมาวาจา วาจาชอบ แสดงในทางเว้น คือ เว้นจากพูดเท็จ. เว้นจากพูดส่อเสียดให้แตกร้าวกัน. เว้นจากพูดคำหยาบร้าย. เว้นจากพูดเพ้อเจ้อไม่เป็นประโยชน์.

๔. สัมมากัมมันตะ การงานชอบ แสดงในทางเว้น คือ เว้นจากการฆ่า การทรมาน เว้นจากการลัก เว้นจากการประพฤติผิดในทางกาม.

๕. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีวิตชอบ คือ เว้นจากมิจฉาอาชีวะ (อาชีพผิด) สำเร็จชีวิตด้วยอาชีพที่ชอบ.

๖. สัมมาวายามะ เพียรพยายามชอบ คือ เพียรระวังบาปที่ยังไม่เกิด มิให้เกิดขึ้น. เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว. เพียรทำกุศลที่ยังไม่เกิดขึ้น. เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วมิให้เสื่อม แต่ให้เจริญยิ่งขึ้น.

๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ระลึกไปในทางที่ตั้งของสติที่ดีทั้งหลาย เช่น ในสติปัฏฐาน ๔ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม.

๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ คือ ทำใจให้เป็นสมาธิ (ตั้งมั่นแน่วแน่) ในเรื่องที่ตั้งใจจะทำในทางที่ชอบ.

มรรคมีองค์ ๘ นี้ เป็นทางเดียว แต่มีองค์ประกอบเป็น ๘ และย่อลงได้ ในสิกขา (ข้อที่พึงศึกษาปฏิบัติ) คือ

ศีลสิกขา 
สิกขาคือศีล ได้แก่ วาจาชอบ การงานชอบ อาชีพชอบ. พูดโดยทั่วไป จะพูดจะทำอะไรก็ให้ถูกชอบ อย่าให้ผิด. ประกอบอาชีพอะไรก็เช่นเดียวกัน. ถ้ายังไม่มีอาชีพ เช่น เป็นนักเรียน ต้องอาศัยท่านผู้ใหญ่อุปการะ ก็ให้ใช้ทรัพย์ที่ท่านให้มาตามส่วนที่ควรใช้. ไม่ใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายเหลวแหลก. ศึกษาควบคุมตนเอง ให้งดเว้นจากความคิดที่จะประพฤติตน ที่จะเลี้ยงตนเลี้ยงเพื่อนไปในทางที่ผิดที่ไม่สมควร.

จิตตสิกขา
สิกขาคือจิต ได้แก่ เพียรพยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจชอบ. พูดโดยทั่วไป เรื่องจิตของตนเป็นเรื่องสำคัญ ต้องพยายามศึกษาฝึกฝน เพราะอาจฝึกได้โดยไม่ยากด้วย แต่ขอให้เริ่ม เช่น เริ่มฝึกตั้งความเพียร ฝึกให้ระลึกจดจำ และระลึกถึงเรื่องที่เป็นประโยชน์ และให้ตั้งใจแน่วแน่. สิกขาข้อนี้ใช้ในการเรียนได้เป็นอย่างดี เพราะการเรียนจะต้องมีความเพียร ความระลึกความตั้งใจ.

ปัญญาสิกขา
สิกขาคือปัญญา ได้แก่ เห็นชอบ ดำริชอบ. พูดโดยทั่วไป มนุษย์เจริญขึ้นก็ด้วยปัญญาที่พิจารณา และลงความเห็นในทางที่ถูกที่ชอบ. ดำริชอบก็คือ พิจารณาโดยชอบ เห็นชอบ. ก็คือลงความเห็นที่ถูกต้อง. นักเรียนผู้ศึกษาวิชาการต่าง ๆ ก็มุ่งให้ได้ปัญญาสำหรับที่จะพินิจพิจารณาและลงความเห็นโดยความถูกชอบ ตามหลักแห่งเหตุผล ตามเป็นจริง. และโดยเฉพาะควรอบรมปัญญาในไตรลักษณ์ และ ปฏิบัติพรหมวิหาร ๔.

ไตรลักษณ์ 
ไตรลักษณ์ หมายถึง ลักษณะที่ทั่วไปแก่สังขารทั้งปวง คือ อนิจจะ ทุกขะ อนัตตา

อนิจจะ ไม่เที่ยง คือไม่ดำรงอยู่เป็นนิตย์นิรันดร์ เพราะเมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องดับในที่สุด. ทุก ๆ สิ่งจึงมีหรือเป็นอะไรขึ้นมาแล้ว ก็กลับไม่มี. เป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ชั่วคราวเท่านั้น.

ทุกขะ ทนอยู่คงที่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ เหมือนอย่างถูกบีบคั้นให้ทรุดโทรมเก่าแก่ไปอยู่เรื่อย ๆ . ทุก ๆ คนผู้เป็นเจ้าของสิ่งเช่นนี้ ก็ต้องทนทุกข์เดือดร้อนไม่สบายไปด้วย เช่น ไม่สบายเพราะร่างกายป่วยเจ็บ.

อนัตตา ไม่ใช่ "อัตตา" คือ ไม่ใช่ตัวตน. อนัตตานี้ ขออธิบายเป็นลำดับชั้นสามชั้น ดังต่อไปนี้

๑) ไม่ยึดมั่นกับตนเกินไป เพราะถ้ายึดมั่นกับตนเกินไป ก็ทำให้เป็นคนเห็นแก่ตัวถ่ายเดียว หรือทำให้หลงตน ลืมตน มีอคติ คือลำเอียงเข้ากับตน ทำให้ไม่รู้จักตนตามเป็นจริง เช่นคิดว่า ตนเป็นฝ่ายถูก ตนต้องได้สิ่งนั้น สิ่งนี้ ด้วยความยึดมั่นตนเองเกินไป. แต่ตามที่เป็นจริง หาได้เป็นเช่นนั้นไม่.

๒) บังคับให้สิ่งต่าง ๆ รวมทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ให้เปลี่ยนแปลงตามความต้องการไม่ได้ เช่น บังคับให้เป็นหนุ่มสาวสวยงามอยู่เสมอไม่ได้ บังคับให้ภาวะของจิตใจชุ่มชื่นว่องไวอยู่เสมอไม่ได้.

๓) สำหรับผู้ที่ได้ปฏิบัติไปได้จนถึงขั้นสูงสุด เห็นสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งร่างกายและจิตใจเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนทั้งสิ้นแล้ว ตัวตนจะไม่มี. ตามพระพุทธภาษิตที่แปลว่า "ตนย่อมไม่มีแก่ตน" แต่ก็ยังมีผู้รู้ซึ่งไม่ยึดมั่นอะไรในโลก. ผู้รู้นี้ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นไปตามสมควรแก่สถานที่และสิ่งแวดล้อมโดยเที่ยงธรรมล้วน ๆ (ไม่มีกิเลสเจือปน).

พรหมวิหาร ๔  

คือ ธรรมสำหรับเป็นที่อาศัยอยู่ของจิตใจที่ดี. มี ๔ ข้อ ดังต่อไปนี้

๑) เมตตา ความรักที่จะให้เป็นสุข. ตรงกันข้ามกับความเกลียดที่จะให้เป็นทุกข์. เมตตาเป็นเครื่องปลูกอัธยาศัย เอื้ออารี. ทำให้มีความหนักแน่นในอารมณ์ ไม่ร้อนวู่วาม. เป็นเหตุให้เกิดความรู้สึกเป็นมิตร. ไม่เป็นศัตรู ไม่เบียดเบียนใคร แม้สัตว์เล็กเพียงไหน ให้เดือดร้อนทรมานด้วยความเกลียด โกรธ หรือสนุกก็ตาม.

๒). กรุณา ความสงสารจะช่วยให้พ้นทุกข์. ตรงกันข้ามกับความเบียดเบียน. เป็นเครื่องปลูกอัธยาศัยเผื่อแผ่เจือจาน ช่วยผู้ที่ประสบทุกข์ยากต่าง ๆ . กรุณานี้เป็นพระคุณสำคัญข้อหนึ่งของพระพุทธเจ้า. เป็นพระคุณสำคัญข้อหนึ่งของพระมหากษัตริย์ และเป็นคุณข้อสำคัญของท่านผู้มีคุณทั้งหลาย มีมารดาบิดา เป็นต้น.

๓) มุทิตา ความพลอยยินดีในความได้ดีของผู้อื่น. ตรงกันข้ามกับความริษยาในความดีของเขา. เป็นเครื่องปลูกอัธยาศัย ส่งเสริมความดี ความสุข ความเจริญของกันและกัน.

๔) อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง ในเวลาที่ควรวางใจดังนั้น เช่น ในเวลาที่ผู้อื่นถึงความวิบัติ ก็วางใจเป็นกลาง. ไม่ดีใจว่า ศัตรูถึงความวิบัติ. ไม่เสียใจว่า คนที่รักถึงความวิบัติ. ด้วยพิจารณาในทางกรรมว่า ทุก ๆ คนมีกรรมเป็นของตน. ต้องเป็นทายาทรับผลของกรรมที่ตนได้ทำไว้เอง. ความเพ่งเล็งถึงกรรมเป็นสำคัญดังนี้ จนวางใจลงในกรรมได้ ย่อมเป็นเหตุถอนความเพ่งเล็งบุคคลเป็นสำคัญ. นี้แหละเรียกว่า อุเบกขา. เป็นเหตุปลูกอัธยาศัยให้เพ่งเล็งถึงความผิดถูกชั่วดีเป็นข้อสำคัญ ทำให้เป็นคนมีใจ ยุติธรรมในเรื่องทั่ว ๆ ไปด้วย.

ธรรม ๔ ข้อนี้ควรอบรมให้มีในจิตใจ ด้วยวิธีคิดแผ่ใจ ประกอบด้วยเมตตา เป็นต้น ออกไปในบุคคลและสัตว์ทั้งหลายโดยเจาะจงและโดยไม่เจาะจงคือทั่วไป. เมื่อหัดคิดอยู่บ่อย ๆ จิตใจก็จะอยู่กับธรรมเหล่านี้บ่อยเข้าแทนความเกลียด โกรธ เป็นต้น ที่ตรงกันข้าม จนถึงเป็นอัธยาศัยขึ้น ก็จะมีความสุขมาก.

นิพพาน 
ได้มีภาษิตกล่าวไว้ แปลว่า "นิพพานเป็นบรมสุข คือ สุขอย่างยิ่ง" นิพพาน คือความละตัณหาในทางโลกและทางธรรมทั้งหมด. ปฏิบัติโดยไม่มีตัณหาทั้งหมด คือ การปฏิบัติถึงนิพพาน.

ได้มีผู้กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า "ธรรม" (ตลอดถึง) "นิพพาน" ที่ว่า "เป็นสันทิฏฐิโก อันบุคคลเห็นเอง" นั้นอย่างไร? ได้มีพระพุทธดำรัสตอบโดยความว่าอย่างนี้ คือ ผู้ที่มีจิตถูกราคะ โทสะ โมหะ ครอบงำเสียแล้ว ย่อมเกิดเจตนา ความคิดเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง ผู้อื่นบ้าง ทั้งสองฝ่ายบ้าง ต้องได้รับความทุกข์โทมนัสแม้ทางใจ. เมื่อเกิดเจตนาขึ้นดังนั้น ก็ทำให้ประพฤติทุจริตทางไตรทวาร คือ กาย วาจา ใจ และคนเช่นนั่น ย่อมไม่รู้ประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้งสองตามเป็นจริง. แต่ว่า เมื่อละความชอบ ความชัง ความหลงเสียได้ ไม่มีเจตนาความคิดที่จะเบียดเบียนตน และผู้อื่นทั้งสองฝ่าย ไม่ประพฤติทุจริตทางไตรทวาร รู้ประโยชน์ตนรู้ ประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ทั้งสองตามเป็นจริง ไม่ต้องเป็นทุกข์โทมนัสแม้ด้วยใจ. "ธรรม" (ตลอดถึง) "นิพพาน" ที่ว่า "เห็นเอง" คือเห็นอย่างนี้. ตามที่ตรัสอธิบายนี้ เห็นธรรมก็คือ เห็นภาวะหรือสภาพแห่งจิตใจของตนเอง ทั้งในทางไม่ดี ทั้งในทางดี. จิตใจเป็นอย่างไร ก็ให้รู้อย่างนั้นตามเป็นจริง. ดังนี้ เรียกว่า เห็นธรรม. ถ้ามีคำถามว่า จะได้ประโยชน์อย่างไร? ก็ตอบได้ว่า ได้ความดับทางใจ คือ จิตใจที่ร้อนรุ่มด้วย ความโลภ โกรธ หลงนั้น เพราะมุ่งออกไปข้างนอก หากได้นำใจกลับเข้ามาดูใจเองแล้ว สิ่งที่ร้อนจะสงบเอง. และให้สังเกตจับตัวความสงบนั้นให้ได้ จับไว้ให้อยู่. เห็นความสงบดังนี้ คือ เห็นนิพพาน. วิธีเห็นธรรม เห็นนิพพานตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสอธิบายไว้ จึงเป็นวิธีธรรมดาที่คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปปฏิบัติได้ ตั้งแต่ขั้นธรรมดาต่ำ ๆ ตลอดถึง ขั้นสูงสุด.

อริยสัจ ไตรลักษณ์ และนิพพาน "เป็นสัจธรรม" ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ และได้ทรงแสดงสั่งสอน

(ดังแสดงในปฐมเทศนาและในธรรมนิยาม) เรียกได้ว่าเป็น "ธรรมสัจจะ" สัจจะทางธรรม เป็นวิสัยที่พึงรู้ได้ด้วยปัญญา อันเป็นทางพ้นทุกข์ในพระพุทธศาสนา. แต่ทางพระพุทธศาสนาก็ได้แสดงธรรมในอีกหลักหนึ่งคู่กันไป คือ ตาม "โลกสัจจะ" สัจจะทางโลก คือ แสดงในทางมีตน มีของตน เพราะโดยสัจจะ ทางธรรมที่เด็ดขาดย่อมเป็นอนัตตา. แต่โดยสัจจะทางโลกย่อมมีอัตตา. ดังที่ตรัสว่า "ตนแลเป็นที่พึ่งของตน." ในเรื่องนี้ ได้ตรัสได้ว่า "เพราะประกอบเครื่องรถเข้า เสียงว่ารถย่อมมีฉันใด เพราะขันธ์ทั้งหลายมีอยู่ สัตว์ก็ย่อมมีฉันนั้น" ธรรมในส่วนโลกสัจจะ เช่น ธรรมที่เกี่ยวแก่การปฏิบัติในสังคมมนุษย์ เช่น ทิศหก. แม้ศีลกับวินัยบัญญัติทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน. ฉะนั้น แม้จะปฏิบัติอยู่เพื่อความพ้นทุกข์ทางจิตใจตามหลักธรรมสัจจะ ส่วนทางกายและทางสังคมก็ต้องปฏิบัติอยู่ในธรรมตามโลกสัจจะ. ยกตัวอย่างเช่น บัดนี้ ตนอยู่ในภาวะอันใด เช่น เป็นบุตรธิดา เป็นนักเรียน เป็นต้น ก็พึงปฏิบัติธรรมตาม ควรแก่ภาวะของตน และควรพยายามศึกษา นำธรรมมาใช้ ปฏิบัติแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นประจำวัน. พยายามให้มีธรรมในภาคปฏิบัติขึ้นทุก ๆ วันในการเรียน ในการทำงาน และในการอื่นๆ . เห็นว่า ผู้ปฏิบัติดังนี้ จะเห็นเองว่า ธรรมมีประโยชน์อย่างยิ่งแก่ชีวิตอย่างแท้จริง.

คัดลอกจาก

Sunday, May 15, 2011

เวลาที่สูญเสียไปไม่มีวันที่จะได้คืน






By failing to prepare, you are preparing to fail.
การล้มเหลวในการเตรียมพร้อมคือการเตรียมพร้อมที่จะล้มเหลว
Benjamin Franklin

 I didn't fail the test, I just found 100 ways to do it wrong.
ผมไม่ได้ล้มเหลวในการทดลองนะ ผมแค่พบ 100 วิธีในการทำสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง
Benjamin Franklin

Lost time is never found again.
เวลาที่สูญเสียไปไม่มีวันที่จะได้คืน
Benjamin Franklin

Never leave that till tomorrow which you can do today.
อย่าปล่อยไว้จนถึงวันพรุ่งนี้ถ้าคุณทำสิ่งนั้นได้ในวันนี้
Benjamin Franklin

Either write something worth reading or do something worth writing.
เขียนบางสิ่งที่ควรค่าต่อการอ่าน หรือไม่ก็ทำบางอย่างที่ควรค่าต่อการเขียน
Benjamin Franklin

Energy and persistence conquer all things.
พลังและความหยัดยืนจะมีชัยเหนือทุกสิ่ง
Benjamin Franklin

Three can keep a secret, if two of them are dead.
คน 3 คนสามารถรักษาความลับไว้ได้ ถ้า 2 คนในกลุ่มนั้นตายไปแล้ว
Benjamin Franklin

Time is money.
เวลาเป็นเงินเป็นทอง
Benjamin Franklin

© 2011 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved

ฝันฝันหวาน
อย่ายอมแพ้
สร้างฝันด้วยกันบ่ 
Starry Night
Only Time
It Might be You
The Wisdom of Benjamin Franklin
 Benjamin Franklin Biography Documentary

Saturday, May 14, 2011

อย่าอ่านแค่หนังสือที่ดี





อย่าอ่านแค่หนังสือที่ดี
                 จงอ่านสุดยอดของหนังสือ

          หนังสือชุด Great Books of the Western World สามารถหาได้ในห้องสมุดส่วนใหญ่ ในชุดเหล่านี้ประกอบไปด้วยงานเขียนคลาสสิคจาก Aeschylus to Virgil และจากปรัชญาและบทละครของกรีกและโรมันโบราณไปจนถึงวิทยาศาสตร์และวรรณคดีร่วมสมัย ซึ่งกล่าวถึงขุมทรัพย์แห่งขุมทรัพย์ จงดิ่งลึกลงสู่หนังสือเหล่านี้แล้วคุณก็จะได้ซึมซาบอยู่ในอัจฉริยภาพที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการที่จะพันตูกับหนังสือทั้งชุด ก็ขอให้แน่ใจว่าคุณได้อ่าน The Syntopicon: An Index to the Great Ideas ทั้งสองชุด ต่อจากนั้นค่อยอ่านชีวประวัติของอัจฉริยบุคคลผู้เป็นอมตะในช่วงต้นๆ ของแต่ละชุดจงค้นหาเรื่องราวชีวิตของท่านเหล่านั้นที่คล้ายคลึงกันและค้นหาตัวตนของคุณในชีวิตวัยเยาว์ของพวกเขา หรือช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเติบโต ด้วยการทำเช่นนี้คุณจะสามารถปลุกเสียงเรียกจากภายในของคุณให้ตื่นขึ้นเพื่อแสดงออกซึ่งอะไรบางอย่างที่สุดยอด เราแต่ละคนกำลังอยู่บนวิถีทางสู่ความเป็นอมตะ

          นอกเหนือไปจากชุดนี้แล้วก็ยังมีผู้รู้ผู้ยิ่งใหญ่อีกนับเป็นร้อยๆ คนที่ได้ฝากงานเขียนและชีวประวัติของพวกเขาไว้ให้คุณได้ซึมซับ การอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับความคิด การคิดค้น การสร้างสรรค์ หรือแม้วิถีชีวิตธรรมดาๆ ของพวกเขา ก็จะช่วยก่อให้เกิดความแตกต่างของทัศนะในการมองโลกของคุณ กระตุ้นความคิดที่ดีเลิศที่ยิ่งใหญ่กว่าให้ผุดขึ้นในดวงจิตของคุณ จะเป็นการโชคดีแค่ไหนถ้าหากเราจะได้รับแนวคิดที่เรียบง่ายซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณอย่างลึกซึ้งตลอดไป ขอให้แน่ใจว่าคุณได้จดแนวคิดใดๆ ที่ขับขานท่วงทำนองขึ้นในหัวใจของคุณ ไม่ว่าแนวคิดพวกนั้นจะมาจากผลงานของท่านผู้รู้โดยตรงหรืออาจจะเกิดจากการกระตุ้นโดยท่านเหล่านั้น เปิดสมุดบันทึกในคอมพิวเตอร์หรือไดอารี่ที่คุณสามารถที่จะจดบันทึกแรงบันดาลใจของคุณได้เดี๋ยวนี้เลย

          จงปล่อยให้วิญญาณของคุณนำพาคุณไปสู่การเรียนรู้เรื่องราวเฉพาะทางด้วยเช่นกัน 
คุณรู้หรือไม่ว่า ถ้าเราอ่านหนังสือเกี่ยวกับสาขาวิชาใดก็ได้วันละ 30 นาทีคุณก็จะกลายเป็นบุคคลแถวหน้าในสาขานั้นในเวลาเพียง 7 ปี ถ้าคุณอุทิศเวลา 1 ชั่วโมงในแต่ละวัน คุณก็จะกลายเป็นผู้นำในสาขาวิชาในเวลา 4 ปี และถ้าคุณใช้เวลาอ่านวันละ 3 ชั่วโมง แน่นอนที่สุดคุณจะกลายเป็นผู้นำแถวหน้าสุดในสาขาวิชานั้นในเวลาปีครึ่งหรือน้อยกว่านั้น

สอนให้หัวใจของคุณขับขาน

            ทุกๆ คนสามารถที่จะรับฟังงานดนตรีชิ้นพิเศษซึ่งสามารถบันดาลให้น้ำตาแห่งปีติสุขความรู้สึกซาบซึ้งใจและความรักไหลออกมาได้ และงานบางชิ้นก็สามารถผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์หรือการกระทำในลักษณะที่ช่วยยกระดับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การได้ฟังออเคสตร้า หรือโอเปร่าที่ยิ่งใหญ่ และการดูการแสดงซิมโฟนีก็จะช่วยให้คุณพริ้วไหวไปกับความซาบซึ้งใจในความงดงามและความลงตัวอันแท้จริงของเสียงดนตรี การผสมผสานของสรรพสำเนียง และการเปล่งเสียงซึ่งปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกสามารถที่จะช่วยยกระดับความตระหนักรู้ในเสียงเรียกจากวิญญาณภายในตัวคุณเอง การกระเพื่อมไหวที่สอดประสานซึ่งสามารถจะก่อให้เกิดจิตปรารถนาในการสรรค์สร้างอันยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นภายในตัวตนของคุณ

          จงห้อมล้อมตัวคุณด้วยเสียงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ ด้วยผลงานคลาสสิคที่คงทนต่อกาลเวลา จงรับฟังเสียงที่บันทึกไว้ แต่ก็ต้องแน่ใจด้วยว่าคุณจะมีโอกาสได้ไปชมการแสดงสด ซึ่งคุณสามารถจะสัมผัสกับความก้องกระหึ่มของเครื่องดนตรีในโสตประสาทของคุณ และรับรู้ถึงความไหวระรัวของเครื่องเคาะจังหวะเข้าไปในเส้นเลือด จงเติมเต็มดวงจิตของคุณด้วยการสั่นสะเทือนอันทรงพลังของเสียงดนตรีที่จะทะยานขึ้นสู่สรวงสวรรค์แล้วพาคุณกลับมาสู่พื้นโลกและเกิดความรู้สึกมีกำลังใจ และมีชีวิตชีวามากกว่าที่เคยมีมาก่อน

เขียนโดย Dr John F. Demartini
แปลโดย รศ.ดร.อมร แสงมณี(blogger)


The True power of Love and Gratitude

ธรรมชาติและหนังสือเป็นของดวงตาคู่ที่มองเห็นมัน




Don't pray when it rains if you don't pray when the sun shines.
อย่าอธิษฐานในตอนที่ฝนตกหากเธอไม่ได้อธิษฐานในตอนที่ดวงอาทิตย์ส่องแสง
Satchel Paige



Earth laughs in flowers.
ผืนดินระเบิดหัวเราะเป็นดอกไม้
Ralph Waldo Emerson



Fishes live in the sea, as men do a-land; the great ones eat up the little ones.
ปลาอยู่ในน้ำ เหมือนคนอยู่บนดิน ตัวใหญ่กินตัวเล็ก
William Shakespeare


 Nature never did betray the heart that loved her.
ธรรมชาติไม่เคยหักหลังหัวใจดวงที่รักธรรมชาติ
William Wordsworth

Nature and books belong to the eyes that see them.
ธรรมชาติและหนังสือเป็นของดวงตาคู่ที่มองเห็นมัน
Ralph Waldo Emerson


Study nature, love nature, stay close to nature. It will never fail you.
เรียนรู้ธรรมชาติ รักธรรมชาติ แนบชิดกับธรรมชาติ ธรรมชาติไม่มีวันทำให้เธอผิดหวัง
Frank Lloyd Wright


Whatever is received is received according to the nature of the recipient.
สิ่งใดๆที่ได้มาก็จะได้มาอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติของผู้รับ
Thomas Aquinas


© 2011 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved

Tuesday, May 10, 2011

สิ่งเดียวที่จะทำให้อะไรดีขึ้นก็คือการทำปัจจุบันให้ดีที่สุด




“...ไม่ว่าจะอาลัยอดีตหรือกังวลกับอนาคตเพียงใด ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น กลับทำให้เราย่ำแย่กว่าเดิม สิ่งเดียวที่จะทำให้อะไรดีขึ้นก็คือการทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ทางข้างหน้าแม้จะยาวไกลและลำบากเพียงใด แต่เราไม่มีวันถึงจุดหมายเลยหากไม่ลงมือก้าวเสียแต่เดี๋ยวนี้ รวมทั้งใส่ใจกับแต่ละก้าวให้ดี ถ้าก้าวไม่หยุดในที่สุดก็ต้องถึงที่หมายเอง...”



เป็นสุขในทุกความเปลี่ยนแปลง 
มองเป็นก็เห็นสุข
โชคดี
เวิ้งว้าง
อะไรสำคัญกว่า
เคียงข้าง
น้ำใจไทย
น้ำเอยน้ำใจ
กำลังใจแด่เธอ
You've Got a Friend
We Shall Overcome
The Moment
Today

Monday, May 9, 2011

ทัศนคติคือสิ่งเล็กๆที่สร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่



Attitude is a little thing that makes a big difference.
ทัศนคติคือสิ่งเล็กๆที่สร้างความแตกต่างอันยิ่งใหญ่
Winston Churchill

It is a good thing for an uneducated man to read books of quotations.
เป็นเรื่องดีสำหรับผู้ไม่ได้รับการศึกษาที่จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับคำคม
Winston Churchill

Kites rise highest against the wind - not with it.
ว่าวที่ติดลมบนนั้นจะลอยต้านลม ไม่ใช่ลอยตามลม
Winston Churchill

Solitary trees, if they grow at all, grow strong.
ต้นไม้ที่ยืนต้นเพียงลำพัง ถ้ามีโอกาสจะเติบโต ก็จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
Winston Churchill

Success is going from failure to failure without a loss of enthusiasm.
ความสำเร็จคือการก้าวจากความล้มเหลวหนึ่งไปสู่อีกความล้มเหลวหนึ่งโดยไม่สูญสิ้นความกระตือรือร้น
Winston Churchill

We make a living by what we get, but we make a life by what we give.
เราดำรงชีวิตด้วยสิ่งที่เราได้มา แต่เราสร้างชีวิตด้วยสิ่งที่เราให้ออกไป
Winston Churchill

We shall show mercy, but we shall not ask for it.
เราจะแสดงออกถึงความเมตตาปรานี แต่เราจะไม่ร้องขอมัน
Winston Churchill

 © 2011 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved


ดุจบิดามารดร
จากยอดดอย
แนวหลังยังคอย
Monday Morning
Tell Me Why
Winston Churchill "We Shall Fight On The Beaches."
Blood, Toil, Tears and Sweat (1940)
Audrey Hepburn journal Anne Frank

Saturday, May 7, 2011

The Wisdom of Mark Twain



The best way to cheer yourself  up is to try to cheer somebody else up.
วิธีการให้กำลังใจตัวเองที่ดีที่สุดคือการพยายามให้กำลังใจใครสักคน
Mark Twain

Let us live so that when we come to die even the undertaker will  be sorry.
ขอให้เราใช้ชีวิต ให้ถึงขั้นที่ว่า เมื่อเราตายลงแม้สัปเหร่อก็ยังเสียใจ


The secret of getting ahead is getting start.
เคล็ดลับของการเดินหน้าไปคือการลงมือทำ
Mark Twain

We are all alike, on the inside.
เราทุกคนเหมือนกันหมด เมื่อพินิจจากด้านใน 
Mark Twain
If you tell the truth, you don't have to remember anything.
หากเธอกล่าวความจริง เธอก็ไม่ต้องจดจำอะไรเลย
Mark Twain  
Humor is mankind's greatest blessing.
อารมณ์ขัน คือพรอันประเสริฐสุดของมนุษยชาติ
Mark Twain 


I have spent most of my life worrying about things that have never happened.
ผมได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตวิตกทุกข์ร้อนกับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น
Mark Twain 


A person who won't read has no advantage over one who can't read.
คนที่ไม่อ่านหนังสือก็ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าคนที่อ่านหนังสือไม่ออก
Mark Twain 

Thursday, May 5, 2011

ความลับของอัจฉริยะคือ



Genius might be the ability to say a profound thing in a simple way.
อัจฉริยภาพน่าจะหมายถึงความสามารถในการพูดถึงสิ่งที่ลึกซึ้งได้อย่างเรียบง่าย
Charles Bukowski

The genius of Einstein leads to Hiroshima.
อัจฉริยภาพของไอน์สไตน์นำไปสู่ฮิโรชิมา
Pablo Picasso



The secret of genius is to carry the spirit of the child into old age, which mean never losing your enthusiasm.
ความลับของอัจฉริยะคือการโอบอุ้มจิตวิญญาณของผู้เยาว์เข้าสู่ช่วง
มีอายุ ซึ่งหมายถึงการมีความกระตือรือร้นที่ไม่เหือดหาย
Aldous Huxley

Genius, when young, is divine.
เป็นอัจฉริยะในวัยเยาว์ก็คือเทพ
Benjamin Disraeli

Conversation enriches the understanding, but solitude is the school of genius.
การสนทนาช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ แต่ความวิเวกคือสำนักแห่งอัจฉริยะ
Edward Gibbon

Genius is independent of situation.
อัจฉริยภาพไม่ขึ้นกับเงื่อนไขใดๆ
Charles Churchill

The essence of genius is to know what to overlook.
องค์ประกอบสำคัญของอัจฉริยภาพคือรู้ว่าอะไรที่ควรมองข้าม
William James

Genius ain't anything more than elegant common sense.
อัจฉริยภาพมิใช่ใดอื่นที่มากไปกว่าสามัญสำนึกอันล้ำเลิศ  
Josh Billings

© 2011 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved
Love is a many splendored thing

Tuvan Throat Singing

Wednesday, May 4, 2011

ทุกความล้มเหลวคือย่างก้าวสู่ความสำเร็จ





The journey of a thousand miles begins with one step.
การเดินทางไกลเป็นพันไมล์เริ่มต้นจากหนึ่งก้าว
Lao Tzu

Every failure is a step to success.
ทุกความล้มเหลวคือย่างก้าวสู่ความสำเร็จ
William Whewell


Nobody's perfect. Everyone slides here and there, and they have their ups and downs. When they are down, that is not the time to step all over them.

ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนมีวาระที่เพลี่ยงพล้ำ มีขึ้นมีลง เมื่อพวกเขาตกต่ำ นั่นไม่ใช่เวลาที่จะเดินข้ามพวกเขา
Neil Schon


Each instant of life is a step toward death.

แต่ละห้วงขณะแห่งชีวิตคือย่างก้าวสู่ความตาย
Pierre Corneille

You can never step into the same book twice, because you are different each time you read it.
คุณไม่มีวันจะซึมซับหนังสือเล่มเดิมได้เป็นคำรบสอง เพราะว่าคุณจะไม่ใช่คนเดิมในแต่ละครั้งที่คุณอ่านมัน
John Barton
 

The very first step towards success in any occupation is to become interested in it.
ย่างก้าวแรกสู่ความสำเร็จในทุกอาชีพคือมีความสนใจในสิ่งนั้น
William Osler

Do nothing in haste, look well to each step, and from the beginning think what may be the end.
อย่าทำอะไรด้วยความรีบร้อน พินิจให้ถ้วนถี่ในแต่ละก้าวย่าง  และคิดถึงตอนจบตั้งแต่ตอนที่เริ่มต้น
Edward Whymper


© 2011 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Sunday, May 1, 2011

แต่คำพูดจะทำให้หัวใจเราแตกสลาย




It is easier to prevent bad habits than to break them.
การป้องกันไม่ให้มีนิสัยที่ไม่ดีนั้นง่ายกว่าการที่จะเลิกนิสัยพวกนั้น
Benjamin Franklin



Adversity causes some men to break; others to break records.
ความทุกข์ยากทำให้ใครบางคนร้าวราน และทำให้ใครอื่นบางคนสร้างสถิติใหม่
William Arthur Ward


Sticks and stones will break our bones, but words will break our hearts.
ท่อนไม้และก้อนหินอาจจะทำให้กระดูกเราหักได้ แต่คำพูดจะทำให้หัวใจเราแตกสลาย
Robert Fulghum


Better break your word than do worse in keeping it.
ยอมเสียคำพูดดีกว่าทำสิ่งที่เลวร้ายกว่าเพื่อรักษาคำพูด
Thomas Fuller 


However long the night, the dawn will break.

ไม่ว่าค่ำคืนนั้นจะยาวนานสักปานใด ในที่สุดรุ่งอรุณก็จะมาเยือน
African Proverb


Miracles do not, in fact, break the laws of nature.
ในความเป็นจริง สิ่งมหัศจรรย์นั้นก็ไม่ได้ฝืนกฎแห่งธรรมชาติ
C.S. Lewis

Never regret. If it's good, it's wonderful. If it's bad, it's experience.
อย่าเสียใจไปเลย ถ้ามันดีก็เป็นเรื่องสุดวิเศษ แต่ถ้ามันเลวร้าย ก็ถือเป็นประสบการณ์
Victoria Holt
© 2011 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.