Wednesday, December 29, 2010

ปีใหม่มาถึงแล้ว



ขอให้ทุกๆท่าน
รุ่งเรืองด้วยปัญญา

ก้าวหน้าในการงาน

เบิกบานในความสัมพันธ์

เอนกอนันต์ในทรัพย์

พร้อมสรรพด้วยกำลังกาย กำลังใจ

คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกประการ

บุหงาหิมาลัย

รวมเพลงปีใหม่
Happy New Year
Open Happiness


Open Happiness - Making of the MV


Tuesday, December 28, 2010

สิ่งใดๆ ก็เป็นไปได้ หากว่าใจคุณกล้าพอ



Anything's possible if you've got enough nerve.

Be kind whenever possible. It is always possible.
จงมีเมตตาทุกครั้งที่เป็นไปได้ การทำเช่นนี้เป็นไปได้เสมอ
Dalai Lama

The essence of philosophy is that a man should so live that his happiness shall depend as little as possible on external things.
สาระสำคัญของปรัชญาก็คือมนุษย์แต่ละคนควรใช้ชีวิตจนถึงขั้นที่ความสุขของเขาจะขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
Epictetus

Without deviation progress is not possible.
หากปราศจากความเบี่ยงเบน ความก้าวหน้าก็ไม่อาจเป็นไปได้
Frank Zappa


Every day we should hear at least one little song, read one good poem, see one exquisite picture, and, if possible, speak a few sensible words.
ในทุกๆวันเราควรจะฟังเพลงสบายๆ อย่างน้อยสักหนึ่งเพลง อ่านบทกวีดีๆ สักหนึ่งบท 

มองภาพงามๆ สักหนึ่งภาพ และถ้าเป็นไปได้ เอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่มีความหมายสัก 2-3 คำ
Johann Wolfgang Von Goethe 



Start by doing what's necessary; then do what's possible; and suddenly you are doing the impossible.
เริ่มจากการทำสิ่งที่จำเป็นก่อน ต่อจากนั้นก็ทำสิ่งที่เป็นไปได้ และในทันใดคุณก็กำลังทำสิ่งที่เป็น       ไปไม่ได้
Francis of Assisi


Anything's possible if you've got enough nerve.
สิ่งใดๆ ก็เป็นไปได้ หากว่าใจคุณกล้าพอ
J. K. Rowling


No matter how dark the moment, love and hope are always possible.
ไม่ว่าห้วงยามนั้นจะมืดมนเพียงใด ความรักและความหวังยังเป็นไปได้เสมอ

George Chakiris

The difference between the impossible and the possible lies in a man's determination.
ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้กับสิ่งที่เป็นไปได้อยู่ที่ความมุ่งมั่นของเรา
Tommy Lasorda


If you believe in yourself anything is possible.
หากเธอเชื่อมั่นในตนเองอะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

Miley Cyrus

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.


If You Want to Sing Out


Saturday, December 25, 2010

ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลงอันสืบเนื่องที่เคลื่อนคล้อยไปตามธรรมชาติ



Life is a series of natural and spontaneous changes. Don't resist them - that only creates sorrow. Let reality be reality. Let things flow naturally forward in whatever way they like. 
ชีวิตคือการเปลี่ยนแปลงอันสืบเนื่องที่เคลื่อนคล้อยไปตามธรรมชาติ อย่าต่อต้านชีวิต อันจะก่อให้เกิดความโศกตรมสถานเดียว ปล่อยให้ความเป็นจริงเป็นไปตามความเป็นจริง ปล่อยให้สรรพสิ่งคลี่คลายไปข้างหน้าตามธรรมชาติ สุดแท้แต่ชีวิตจะพาไป
Lao Tzu


The world of reality has its limits; the world of imagination is boundless. 
โลกแห่งความเป็นจริงเป็นโลกที่มีขีดจำกัด โลกแห่งจินตนาการเป็นโลกที่ไร้ขีดจำกัด
Jean Jacques Rousseau


You can design and create, and build the most wonderful place in the world. But it takes people to make the dream a reality.
คุณอาจออกแบบ สร้างสรรค์ และปลูกสร้างสถานที่สุดมหัศจรรย์ขึ้นในโลกใบนี้ แต่คุณต้องอาศัยผู้คนในการทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง
Walt Disney 


A dream you dream alone is only a dream. A dream you dream together is reality.
ความฝันที่คุณฝันลำพังเป็นเพียงความฝัน ความฝันที่คุณร่วมกันฝันคือความเป็นจริง
John Lennon 


Our intention creates our reality.
เจตนารมณ์ของเราจะสร้างสรรค์ความเป็นจริงของเรา
Wayne Dyer


Life is not a problem to be solved, but a reality to be experienced.
ชีวิตไม่ใช่ปัญหาที่มีไว้ให้แก้ หากคือความเป็นจริงที่มีไว้ให้เรียนรู้
Soren Kierkegaard 

A dream doesn't become reality through magic; it takes sweat, determination and hard work.
ความฝันไม่อาจเป็นจริงได้ด้วยมนต์มายา แต่ต้องอาศัยหยาดเหงื่อ ความมุ่งมั่น และการทำงานหนัก
Colin Powell 

Leadership is the capacity to translate vision into reality.
ภาวะผู้นำคือความสามารถในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นความจริง 

Warren G. Bennis 

Whatever we plant in our subconscious mind and nourish with repetition and emotion will one day become a reality.
สิ่งใดก็ตามที่เราบ่มเพาะไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา และฟูมฟักด้วยการตอกย้ำและซึมซับไว้ในอารมณ์ วันหนึ่งก็จะกลายเป็นความจริง
Earl Nightingale

Imagination creates reality.
จินตนาการสรรค์สร้างความเป็นจริง
Richard Wagner 


Since we cannot change reality, let us change the eyes which see reality.
เพราะว่าเรามิอาจเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงได้ ขอให้เราเปลี่ยนสายตาที่ใช้ในการมองความเป็นจริง
Nikos Kazantzakis



Good Life The End of Suffering
ความฝันอันสูงสุด 
โลกหมุนเวียน
แสงจันทร์
Reality
The Poetry of reality
เรือรักกระดาษ
อาวรณ์

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Thursday, December 23, 2010

นักบุญแต่ละท่านล้วนมีอดีตและผู้ก่อบาปทุกคนล้วนมีอนาคต



Every saint has a past and every sinner has a future.

Study the past, if you would divine the future.
ศึกษาอดีต หากเธอวาดหวังอนาคตที่ปรารถนา
Confucius

Every saint has a past and every sinner has a future.
นักบุญแต่ละท่านล้วนมีอดีตและผู้ก่อบาปทุกคนล้วนมีอนาคต

Oscar Wilde 

The future is today.
อนาคตคือวันนี้
William Osler


Solitude is not something you must hope for in the future. Rather, it is a deepening of the present, and unless you look for it in the present you will never find it.
ความวิเวกมิใช่อะไรบางอย่างที่คุณต้องคาดหวังในอนาคต หากเป็นสิ่งที่หยั่งลึกอยู่ในปัจจุบัน และถ้าคุณไม่ค้นหามันในปัจจุบัน คุณจะไม่มีวันพบมันได้เลย
Thomas Merton 

The future is always beginning now.
อนาคตจะเริ่มต้น ณ ปัจจุบันขณะเสมอ
Mark Strand


Always remember that the future comes one day at a time.
ขอให้ระลึกไว้เสมอว่าอนาคตนั้นจะมาถึงทีละหนึ่งวัน
Dean Acheson


True happiness is... to enjoy the present, without anxious dependence upon the future.
ความสุขที่แท้จริงคือ...ชื่นชมสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่จดจ่อพันผูกอยู่กับอนาคต
Lucius Annaeus Seneca

Without forgiveness, there's no future. หากปราศจากการให้อภัย ก็ไร้อนาคต
Desmond Tutu

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

อภัย
อภัยทาน/อภัย หิน เหล็ก ไฟ
คืนความปกติให้แก่จิตใจ
Louise Hay FEELING FINE affirmations
Today is the day
Ho' oponopono
Salaam
New Beginnings
New Beginnings audio

Monday, December 20, 2010

ประสบการณ์คือครูที่ยิ่งใหญ่




Experience is a great teacher.

The only source of knowledge is experience.
แหล่งเดียวของความรู้คือประสบการณ์
Albert Einstein 

Nothing is a waste of time if you use the experience wisely.
ไม่มีอะไรทำให้เสียเวลาเปล่าถ้าเธอรู้จักใช้ประสบการณ์นั้นอย่างชาญฉลาด 

Auguste Rodin 

Every moment is an experience.
ทุกวินาทีคือประสบการณ์ 

Jake Roberts 

Excellence is not a skill. It is an attitude.
ความเป็นเลิศไม่ใช่เรื่องของทักษะ แต่เป็นเรื่องของทัศนคติ
Ralph Marston

Experience is a great teacher.
ประสบการณ์คือครูที่ยิ่งใหญ่
John Legend

Experience is one thing you can't get for nothing.
ประสบการณ์คือสิ่งที่คุณไม่อาจได้มาเปล่าๆ
Oscar Wilde

Be brave. Take risks. Nothing can substitute experience.
จงกล้าหาญ กล้าเสี่ยง ไม่มีสิ่งใดจะมาแทนประสบการณ์ได้
Paulo Coelho 


Experience is the best teacher.
ประสบการณ์คือครูที่ดีที่สุด
Penelope Douglas

Experience is the teacher of all things.
ประสบการณ์คือครูของทุกสิ่ง
Julius Caesar

Experience enables you to recognize a mistake when you make it again.
ประสบการณ์ช่วยให้คุณจำข้อผิดพลาดได้เวลาที่คุณจะทำสิ่งนั้นอีกครั้ง
Franklin P. Jones

If we could sell our experiences for what they cost us, we’d all be millionaires.
ถ้าเราสามารถขายประสบการณ์ของเราในราคาที่เราต้องจ่ายไปเพื่อแลกมันมา เราคงจะเป็นมหาเศรษฐีกันหมด
Abigail Van Buren 


© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

อะไรสำคัญกว่า
เดือนเพ็ญ
จิตร ภูมิศักดิ์
รักล้นใจ
ลมหายใจของความคิดถึง
30-ways-to-quickly-improve-your-life
Experience
Live and Learn
Live and Learn (live concert)

Saturday, December 18, 2010

Those who are free of resentful thoughts surely find peace.



ของขวัญปีใหม่ แด่ผู้มาเยือน


Those who are free of resentful thoughts surely find peace.
ผู้ที่หลุดพ้นจากความคิดที่ขุ่นข้องหมองใจย่อมจะพบกับความสงบได้อย่างแน่นอน 

Buddha 


The practice of peace and reconciliation is one of the most vital and artistic of human actions.
การฝึกฝนสู่ความสงบสันติ และความเกี่ยวคล้องปรองดองคือหนึ่งในการปฏิบัติที่สำคัญและเปี่ยมด้วยศิลปะอันสูงสุดของมนุษยชาติ 

Thich Nhat Hanh 


If a free society cannot help the many who are poor, it cannot save the few who are rich.
หากสังคมที่เสรี ไม่อาจเกื้อกูลคนหมู่มากที่ยากจน การพิทักษ์ผู้คนส่วนนัอยที่ร่ำรวยก็ไม่อาจทำได้
John F. Kennedy 



None but ourselves can free our minds.
ไม่มีใครอื่นนอกจากตัวเราที่จะสามารถปลดปล่อยจิตใจของเราให้เป็นอิสระได้

Bob Marley 


Man is free at the moment he wishes to be.
มนุษย์เราจะเป็นอิสระในวินาทีที่เขาปรารถนาที่จะเป็น
Voltaire



If you're not brave, you're not going to be free.
หากเธอขาดความหาญกล้า เธอจะไม่มีวันเป็นอิสระ 

Newt Gingrich 


We all want to be famous people, and the moment we want to be something we are no longer free.
เราทุกคนต่างก็อยากเป็นคนมีชื่อเสียง และในห้วงขณะที่เราปรารถนาจะเป็นอะไรบางอย่าง เราก็ไม่อาจเป็นอิสระได้อีกต่อไป 

Jiddu Krishnamurti 


I like to be a free spirit. Some don't like that, but that's the way I am.
ฉันอยากมีจิตวิญญาณเสรี บางคนไม่ชอบแบบนั้น แต่นั่นคือแบบที่ฉันเป็น
Princess Diana 



Smile, it's free therapy.
ยิ้มหน่อยนะ มันเป็นการเยียวยาที่ไม่เสียสตางค์
Douglas Horton



If my body is enslaved, still my mind is free.
แม้ร่างกายฉันจะถูกกดขี่ แต่จิตใจฉันยังคงเป็นอิสระ

Sophocles 


Birds sing after a storm; why shouldn't people feel as free to delight in whatever remains to them?
นกส่งเสียงขับขานหลังพายุผ่านพ้น เหตุใดผู้คนจึงไม่เป็นอิสระพอที่จะชื่นชมยินดีในสิ่งที่พวกเขาเหลืออยู่
Rose Kennedy


The Bell Chant

Only Time

สันติภาพทุกย่างก้าว 
คุณอาจหลุดพ้นจากสิ่งร้อยรัดทั้งปวงได้จากการฟัง "สันติภาพทุกย่างก้าว"
ขอคารวะอนุโมทนา ต่อธรรมะอันลึกซึ้งแต่เรียบง่ายของท่าน Thich Nhat Hanh และ เสียงส่องธรรมของ ทพญ. ธนาภรณ์ วงศ์แหลมทอง

Friday, December 17, 2010

Write it on your heart that every day is the best day in the year.




จารึกไว้ในใจคุณว่าทุกๆวันคือวันที่ดีที่สุดของปี



If you think in terms of a year, plant a seed;if in terms of ten years, plant trees; if in terms of 100 years, teach the people.
ถ้าเธอคิดถึงช่วงเวลาหนึ่งปีก็เพาะเมล็ดพันธุ์สักหนึ่งเมล็ด หากคิดถึงช่วงเวลาสิบปีก็ปลูกต้นไม้หลายๆต้น แต่ถ้านึกถึงช่วงเวลาที่ยาวนานหนึ่งร้อยปีก็สอนคน
Confucius

Write it on your heart that every day is the best day in the year.
จารึกไว้ในใจคุณว่าทุกๆวันคือวันที่ดีที่สุดของปี
Ralph Waldo Emerson

All of us every single year, we're a different person. I don't think we're the same person all our lives.
สำหรับเราทุกคนในแต่ละปี เราคือคนใหม่ที่แตกต่างไป ผมไม่คิดว่าเราจะเป็นคนเดิมตลอดชีวิต

Steven Spielberg

Be at war with your vices; at peace with your neighbors, and let every new year find you a better man.
ฟาดฟันกับข้อบกพร่องผิดพลาดของคุณ เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน และเป็นคนที่ดีกว่าเก่าทุกๆปีใหม่
Benjamin Franklin


Waste no tears over the grieves of yesterday.
อย่าเสียน้ำตาให้กับความโศกตรมของวันวาน
Euripides


Make each day your masterpiece.
ทำให้แต่ละวันเป็นงานชิ้นเอกของคุณ
John Wooden


No pressure, no diamonds.
ไม่มีความกดดันก็ไม่มีอัญมณี
Mary Case


Many people look forward to the New Year for a new start on old habits
มีคนจำนวนมากที่ตั้งตาคอยการมาเยือนของปีใหม่เพื่อการเริ่มต้นใหม่ของนิสัยเก่าๆ
Anonymous


The best is yet to be.
สิ่งที่ดีที่สุดกำลังจะเกิดขึ้น
Robert Browning


It is never too late to be what you might have been.
ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเป็นคนที่คุณน่าจะเป็น
George Eliot


The damage done in one year can sometimes take ten or twenty years to repair.
ความเสียหายที่เกิดขึ้นในหนึ่งปีอาจใช้เวลาเป็นสิบหรือยี่สิบปีในการเยียวยา
Chinua Achebe



© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.


 พรปีใหม่

สวัสดีปีใหม่

Happy New Year

Thursday, December 16, 2010

มองเป็นก็เห็นสุข



ข้อคิดดีๆ กับ พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคโต

ปีเก่า ปีเก่าคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่เราไม่ควรปล่อยให้สูญไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะดีหรือเลว บวกหรือลบ สำเร็จหรือล้มเหลว ประสบการณ์เป็นสิ่งล้ำค่าถ้าเรารู้จักใช้ แม้จะเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีก็เอามาใช้เพื่อที่เราจะสรุปบทเรียนและหลีก เลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นอีก

การทบทวนด้วยใจที่เป็นกลาง หมายความว่าสามารถมองไปถึงความล้มเหลว ความผิดพลาดได้ โดยไม่รู้สึกแย่กับตัวเอง ไม่รู้สึกผิดกับตัวเอง เพราะถ้าหากเราเอาประสบการณ์ที่ผิดพลาดในอดีตเป็นบทเรียน จะทำให้เราลบล้างความผิดพลาดในอดีตได้ อยากให้เรากล้ามอง กล้าทบทวน ทบทวนเพื่อที่จะไม่ประมาทในชีวิต และอีกด้านเมื่อเราทบทวนด้านที่ประสบความสำเร็จก็อย่าหลงตัวลืมตน เพราะไม่มีอะไรแน่นอน มีคนบอกว่าความสำเร็จคือความล้มเหลวที่ยังไม่ปรากฏ อย่าเหลิงในความสำเร็จ เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวก็ได้ อย่าประมาท


สิ่งที่ควรถาม ตอนนี้คนมักจะถามกันว่าเมื่อไหร่บ้านเมืองจะสงบ ทำยังไงเศรษฐกิจจะดีขึ้น ส่วนใหญ่ไปถามนอกตัว เราจะต้องถามว่าทำไมเราต้องเอาความสุขของเราไปแขวนไว้กับเหตุการณ์บ้านเมือง ภายนอก ทำไมต้องเอาความสุขของเราไปฝากไว้กับเศรษฐกิจโลกด้วย อาตมาคิดว่านี่สำคัญ เราปล่อยให้สิ่งภายนอกมาบงการชีวิตของเรามากไปหรือเปล่า ความสุขของเรา ทำไมไม่ใช่เราที่เป็นคนคุม นี่คือสิ่งที่ปีใหม่ทุกคนควรจะถาม


สุข-ทุกข์อยู่ที่ตัวเราเป็นสำคัญ เราควรรู้จักตัวเราเองให้มากขึ้น และตระหนักว่าสุขหรือทุกข์อยู่ที่ตัวเรา ไม่ได้อยู่ที่ภายนอก ขณะนี้เราไปเพ่งมองที่ภายนอก แล้วเราก็ไปโทษภายนอกว่าเป็นเหตุให้เราทุกข์ แต่เราไม่เคยมองมาที่ตัวเราเองว่าเป็นเพราะใจของเราหรือเปล่า เป็นเพราะตัวเราเองหรือเปล่าที่เป็นต้นตอแห่งความทุกข์ ซึ่งเป็นการมองข้ามความรับผิดชอบของตัวเรา

เราต้องดูที่ตัวเราเองก่อนว่าเราแก้ตัวเราเองหรือยัง เพราะทุกวันนี้คนเราไปแก้ข้างนอกเยอะ จนกระทั่งไม่แก้ตัวเอง เราโกรธ เราเกลียด คนที่คิดต่างจากเรา แม้กระทั่งคนที่อยู่ในบ้านเดียวกับเราเพราะเขาคิดไม่เหมือนเรา ทั้งๆ ที่มีแค่เรื่องเดียวที่คิดไม่เหมือนเรา เรื่องอื่นนี่คิดเหมือนกันหมดเลย แล้วเราก็มาโกรธกัน อะไรทำให้เราโกรธ เกลียดกันอย่างนี้ เป็นเพราะคนอื่นหรือเป็นเพราะเราไปมองที่ความแตกต่างมากกว่าที่จะมองที่ความ เหมือนกัน


ตั้งสติอยู่กับปัจจุบัน
การเจริญสติควรจะดำเนินในชีวิตประจำวันด้วย กินข้าว อาบน้ำ ทำครัว ซักผ้า นี่คือโอกาสในการเจริญสติได้ทั้งนั้น คือทำอะไรก็อยู่กับสิ่งนั้น อย่าปล่อยให้ใจฟุ้งซ่าน ทำเป็นอย่างๆ ไม่ใช่กำลังกินก็คิดไปเรื่องงานเรื่องการ คนเราสมัยนี้ชอบจะคิดข้ามชอตอยู่เป็นประจำ ไม่ยอมอยู่กับสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเรา อย่างนี้คือไม่มีสติ

การอยู่กับปัจจุบันไม่ได้ขัดแย้งกับการวางแผนชีวิตนะ ขณะที่คุณวางแผน ถ้าใจคุณคิดอยู่กับการวางแผน ตอนนั้นก็เท่ากับการคิดวางแผนเป็นปัจจุบันขณะ เมื่อคุณกำลังวางแผนการทำงานในวันพรุ่งนี้ก็ให้คุณมีสติอยู่กับสิ่งนั้น อย่าวอกแวก อย่าคิดวน แล้วมันจะมีอารมณ์ความวิตกกังวลเข้ามา ที่พระพุทธเจ้าบอกให้อยู่กับปัจจุบันขณะคือไม่ฟูมฟายไปกับอดีต และไม่วิตกกังวลไปกับอนาคตเพราะมันยังมาไม่ถึง จะวิตกกังวลไปทำไม เพราะมันก็ไม่ช่วยให้อนาคตเป็นไปอย่างที่คุณต้องการ

ง่ายๆ เวลาเจอไฟแดงแล้วรถติด ทำไมคนส่วนใหญ่ทุกข์ เพราะกลัวว่าจะไปสาย แล้วใจที่อยากจะให้ไฟเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียวไวๆ ถามว่าทุกข์หรือเปล่า ถามว่าได้ประโยชน์อะไรมั้ย การที่คุณกังวลมากแล้วจะทำให้ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียวหรือเปล่า จะทำให้ถึงที่หมายได้เร็วขึ้นหรือเปล่า ในเวลาเช่นนั้นไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าคุณจะสนใจกับเสียงเพลงหรือข่าวที่คุณเปิดทางวิทยุ หรือว่าดูลมหายใจเข้า-ออก แทนที่จะวิตกกังวลว่าเมื่อไหร่จะเขียวสักที นี่คือการอยู่กับปัจจุบัน ไม่มัวกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง


กัลยาณมิตร
การหากัลยาณมิตรมันไม่ยาก อยู่ที่ว่าคุณมีเป้าหมายชีวิตแบบไหน ถ้าคุณมีเป้าหมายชีวิตอยากจะรวยเยอะๆ อยากเป็นคนเด่นคนดัง คุณคิดว่าจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมาย ความคิดแบบนี้ก็จะพาคุณไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมอีกแบบหนึ่งซึ่งหากัลยาณมิตรได้ ยาก

แต่ถ้าคุณมีชีวิตเพื่อพัฒนาตน พยายามทำความดีให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวม ฉันเชื่อว่าความดี ความมีเมตตากรุณา มีน้ำใจ เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขและก็ช่วยเพื่อนให้มีความสุขด้วย ถ้าคุณมีเป้าหมายในชีวิตแบบนี้ มันก็จะนำพาคุณไปสู่กลุ่มคนที่เป็นกัลยาณมิตรได้ ประการแรกมันอยู่ที่ตัวเราว่าเราคิดยังไงกับชีวิต

ทีนี้ ถ้าจะดูว่าใครเป็นกัลยาณมิตรก็ดูว่าเขาส่งเสริมเกื้อหนุนให้เราทำความดีมั้ย เขาตักเตือนเวลาเราทำผิดพลาด หรือทักท้วงเราเวลาเราทำในสิ่งที่ไม่สมควรหรือเปล่า กัลยาณมิตรจะมีนิสัยอย่างหนึ่งคือเวลาเราได้ดีจะเตือนเรา ไม่เชียร์ ไม่ประจบ และเมื่อเวลาเราตกต่ำก็จะให้กำลังใจเรา แต่มิตรอีกแบบจะเป็นตรงข้ามกัน เวลาเราได้ดีเขาจะเชียร์ ชื่นชม สรรเสริญ แต่เวลาเราตกต่ำล้มเหลว เขาจะกระทืบซ้ำ มันต่างกันตรงนี้ เพราะฉะนั้นสังเกตดูเวลาคุณเป็นใหญ่เป็นโต เจริญก้าวหน้า แล้วมีคนทักท้วงคุณ ให้มองว่าเขาคนนั้นอาจจะเป็นกัลยาณมิตรก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่เมื่อไปที่สูงจะไม่ชอบให้ใครทักท้วง จะมีแต่คนประจบ

ที่สำคัญอีกอย่างคือกัลยาณมิตรจะยอมรับในความเป็นเรา ยอมรับว่าเราอาจจะแตกต่างจากเขาได้ กัลยาณมิตรจะช่วยให้เราเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งในแง่นี้ ครูหรือครอบครัวก็เป็นกัลยาณมิตรได้ คือช่วยให้เราเติบโตบนเส้นทางของเรา ไม่ใช่ว่าเป็นอย่างที่เขาอยากจะให้เราเป็น


เงิน มีคนพูดไว้น่าสนใจนะ ถ้าเรามีเงิน เงินนั้นก็เป็นข้ารับใช้ของเรา แต่ถ้าเราไล่ล่าหาเงิน เราก็จะเป็นทาสของเงิน

เราต้องมองว่าเงินไม่สามารถซื้อหาความสุขได้ แต่มันอาจจะเช่าความสุขได้ ต่างกันนะ ถ้าซื้อมันเป็นของของเรา แต่ถ้าเช่ามันอยู่ได้ประเดี๋ยวประด๋าว ความสุขนั้นจะอยู่กับเรานานแค่ไหนไม่รู้ เงินอย่างมากแค่เช่าความสุข แต่บางทีความสุขยังไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะว่ามันกลายเป็นภาระแก่จิตใจ กังวล วิตกว่ามันจะอยู่กับเราอีกนานเท่าไหร่

อยากจะให้เรามองให้รอบด้านว่าเงินมีทั้งคุณและโทษ คุณคือมันทำให้เรามีอำนาจ มีอิสระที่จะทำอะไรได้มากขึ้น มีความสะดวกสบายมากขึ้น แต่ว่ามันก็สามารถสร้างความทุกข์ให้แก่เรา อย่างต่ำคือเป็นภาระในการรักษามันหรือป้องกันไม่ให้ใครมาช่วงชิง หรืออย่างเลวคือมันทำให้เราตกเป็นทาสของมันด้วยความคิดว่าเงินคือทุกสิ่ง ทุกอย่าง ถ้าฉันมีเงิน ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ไม่ต้องพึ่งใครก็ได้

เมื่อสักปี 2543 มีผัวเมียชาวอเมริกันคู่หนึ่งถูกลอตเตอรี่ประมาณ 100 ล้านเหรียญ เงินนี้เขาสามารถอยู่ได้ชั่วชีวิต แต่ปรากฏว่าพอถึงปี 2548 ผัวเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ติดเหล้าจนตาย แล้วก็หย่ากัน เมียก็ไปอยู่คฤหาสน์คนเดียวแล้วก็ตายโดยที่ไม่มีใครอยู่ด้วย ตายอย่างเหงา เพราะเขาไม่เอาเพื่อนแล้วไง เขาคิดว่ารวยแล้ว คบเพื่อนเดี๋ยวเปลืองเงิน เขาคิดว่าเมื่อมีเงินแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมา แต่ที่จริงเงินมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

เรายังต้องการเพื่อน การทำความดี แต่เงินทำให้เราหลงได้ นี่คือโทษของเงินที่เราต้องตระหนัก และอยากจะฝากไว้เรื่องหนึ่งคือถ้าเรายึดติดถือมั่นมากเท่าไหร่ว่านี่เงินของ เรา เราจะกลายเป็นของมันทันที


ของขวัญ
อาตมาคิดว่าการให้ของขวัญ สิ่งสำคัญต้องไม่อยู่ที่ตัววัตถุ แต่อยู่ที่น้ำใจ และถ้าเราให้ของขวัญในสิ่งที่ช่วยประเทืองปัญญาจะดีมาก ไม่ใช่ให้ของขวัญที่กระตุ้นโลภะ โทสะ หรือว่าเป็นของขวัญที่บั่นทอนสุขภาพ ของขวัญถ้ามันไปสนองกิเลสของผู้รับ มันก็เป็นโทษทั้งแก่ผู้รับและผู้ให้ ในทางพุทธศาสนาก็ไม่ได้บุญ แต่ถ้าคุณให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต เกื้อกูลสติปัญญา ประเทืองอารมณ์ จรรโลงใจ เหล่านี้จะเป็นบุญแก่ทั้งผู้รับและผู้ให้

อีกอย่างหนึ่งที่เรามักจะมองข้ามคือการให้ของขวัญแก่ตัวเอง แต่ไม่ใช่ของขวัญที่ส่งเสริมกิเลสตัณหา อาจจะมีบ้างก็ได้ เช่น ไปดูหนัง ไปกินเลี้ยงกัน แต่ว่าของขวัญที่เป็นอาหารใจ เช่น อาจจะปลีกตัวไปต่างจังหวัด ไปทำสมาธิภาวนา ไปอยู่เงียบๆ ท่ามกลางธรรมชาติและใคร่ครวญชีวิตที่ผ่านมา และมองไปข้างหน้าว่าเราจะทำชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างไร การทำสมาธิภาวนาให้จิตใจได้รับความสงบก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะความสงบเป็นของขวัญที่คนยุคนี้โหยหาแต่ไม่ค่อยได้ ความสงบเย็นเป็นของขวัญล้ำค่าที่เราควรจะให้แก่ตัวเราบ้าง เพราะทุกวันนี้เราได้แต่ความสนุก ความเครียด สร้างอารมณ์ที่เป็นพิษให้แก่เรา ถ้าเราสามารถหาทางระบายอารมณ์ที่เป็นพิษออกไปบ้าง ความโกรธ ความเกลียด เอาออกไปบ้าง รับเอาความสงบเย็นเข้ามา จะเป็นของขวัญที่ล้ำค่ามาก

รวมทั้งการตั้งปณิธานที่จะทำสิ่งดีๆ ให้ตัวเองกับปีใหม่ที่จะมาถึง ซึ่งอาตมาคิดว่านี่แหละคือพรที่สำคัญ พรแปลว่าสิ่งประเสริฐ สิ่งประเสริฐที่ดีที่สุดคือสิ่งที่เราต้องทำเอง ทุกวันนี้เราไปขอพรจากคนโน้นคนนี้ มันไม่ใช่พรที่ยั่งยืน พรที่ยั่งยืนคือพรที่เกิดจากการที่เราทำด้วยตัวเราเอง


ความรัก
รักที่แท้ในพุทธศาสนาคือเมตตา กรุณา หมายถึงการปรารถนาให้ผู้อื่นได้ดี มีความสุข และอยากให้เขาพ้นทุกข์ ทั้งหมดนี้อยู่ที่การเอาผู้อื่นเป็นตัวตั้ง แต่ความรักอีกแบบหนึ่งที่พุทธศาสนาไม่ส่งเสริม เรียกว่า สิเนหา หรือที่เราเรียก เสน่หา เพราะมันเป็นความรักที่เอาตัวกูหรืออัตตาเป็นตัวตั้ง

เรารักเพราะสิ่งนั้นมันปรนเปรอเรา เรารักเพราะเขาถูกใจเรา เพราะเขาสนองกิเลสของเรา หรือเพราะเขาสามารถให้ความสุขแก่เราได้ เป็นความรักที่เอาตัวกูเป็นตัวตั้ง มุ่งประโยชน์สุขของเราเองมากกว่าที่จะมุ่งประโยชน์สุขของผู้อื่น นี่เป็นความรักที่คนสมัยนี้ไม่เข้าใจ

เราไปหลงติดอยู่กับสิเนหาแล้วเราก็เรียกว่า ความรัก ทั้งที่เป็นความรักตัวเองและเป็นความรักที่ผิดด้วย

พุทธศาสนาเน้นเรื่องความรักมาก โดยเริ่มต้นจากความรักตัวเองอย่างถูกต้อง ทุกวันนี้ใครๆ ก็บอกว่าฉันรักตัวเอง แต่เวลาให้อยู่กับตัวเองกลับอยู่ไม่ได้ ให้อยู่กับตัวเองคืออยู่ในบ้าน ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีใครอยู่ในบ้าน คุณอยู่กับตัวคุณเอง อยู่ได้ไม่เกินครึ่งวันก็บ้าแล้ว

ทำไม ในเมื่อคุณรักตัวเอง คุณก็ต้องอยู่กับตัวเองได้ แต่คนทุกวันนี้อยู่กับตัวเองไม่ได้ เพราะอะไร ทุกวันนี้เรามีแต่จะหนีตัวเอง แล้วเราหนีตัวเองยังไง หนีตัวเองด้วยการไปหมกมุ่นกับสิ่งอื่น หนีตัวเองไปอยู่กับโทรทัศน์ อยู่กับห้างสรรพสินค้า อยู่กับโทรศัพท์มือถือ อยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ คนทุกวันนี้หนีตัวเอง แล้วจะเริ่มรักตัวเองได้ยังไง ทนอยู่กับตัวเองไม่ได้ อยู่แล้วเครียด กลุ้ม ฟุ้งซ่าน ทะเลาะกับตัวเอง

ถึงที่สุดแล้ว คนทุกวันนี้นอกจากรักคนอื่นไม่เป็นแล้ว รักตัวเองก็รักไม่เป็น ก็เลยวิ่งวุ่นหาสิ่งเสพ หาใครต่อใคร เปลี่ยนคู่มากมาย แล้วไม่เคยพบเลย เพราะเขาไม่มีความสงบกับตัวเอง ไม่มีสันติกับตัวเอง ไม่รักตัวเอง

ถ้าอยู่กับตัวเองได้ไม่มีความเหงา ถ้าคุณรักตัวเอง คุณอยู่กับตัวเองแล้วคุณจะเหงาได้ยังไง แต่เพราะว่าเราอยู่กับตัวเองไม่ได้ เราไม่รู้สึกว่าตัวเราไม่เป็นเพื่อน

ความตาย
ความตายก็เป็นธรรมดาของชีวิต คือความแน่นอน แต่ในความแน่นอนก็มีความไม่แน่นอนอยู่ คือไม่แน่นอนว่าจะตายเมื่อไหร่ หลายคนคิดว่าความตายคือสิ่งที่อยู่ไกลตัว ฉันยังแค่ 20 อีกตั้งนานกว่าจะตาย แต่เรารู้ได้ยังไงว่าเราจะอยู่ได้ถึงวันพรุ่งนี้ เราแน่ใจได้ยังไงว่าเราจะอยู่ถึงปีใหม่

ภาษิตทิเบตบอกว่า ระหว่างวันพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครรู้หรอกว่าอะไรจะมาก่อน

เมื่อเราตระหนักว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไหร่ก็ได้ เราต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมจะตายหรือยัง เราได้ทำความดีเพียงพอหรือยัง เราได้ใช้ชีวิตที่ผ่านมาให้คุ้มค่าหรือยัง เราได้ทำสิ่งที่เป็นจุดหมายของชีวิตหรือยัง และเราพร้อมจะไปจากสิ่งต่างๆ ได้หรือยัง ถ้าคุณยังไม่พร้อม ยังไม่คิดว่าทำดีเพียงพอแล้ว ก็ต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ เตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ และเมื่อคุณคิดแบบนี้ คุณจะซาบซึ้งกับสิ่งที่คุณมีอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น เวลาแต่ละนาที แต่ละขณะจะมีคุณค่ามากขึ้น ช่วยให้เราอยู่กับปัจจุบันได้ง่ายขึ้น แทนที่จะเสียเวลากับความกังวลเรื่องที่ยังมาไม่ถึง แทนที่จะเสียเวลากับความทุกข์ระทมที่ผ่านไปแล้ว

เราเอาเวลามาทำสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ดีที่สุด งานที่เราทำอยู่อาจจะเป็นงานสุดท้ายก็ได้ อาจจะไม่ได้ทำอีก ฉะนั้น ต้องทำให้ดีที่สุด คนที่เราคุยด้วยอาจจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายก็ได้ ปฏิบัติกับเขาอย่างดีที่สุด เอาใจใส่ความสัมพันธ์อย่างเต็มที่

เราจะชื่นชมปัจจุบัน เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะตายหรือเปล่า จะทำให้เราใช้ชีวิตในปัจจุบันด้วยความไม่ประมาท 



   ภาพโดย Flower story


ปีใหม่เริ่มต้นได้ทุกวัน
ปีใหม่เริ่มต้นได้ทุกวัน วันนี้ก็คือวันแรกของปีใหม่เสมอ ตราบใดที่ทุกวันเป็นวันใหม่ ทุกวันก็เป็นปีใหม่

เรื่องของการตั้งปณิธานว่าจะทำอะไรนั้น อยากจะตั้งข้อสังเกตนะ คือถ้าอะไรที่ยังอยู่อีกไกล เรามักตั้งปณิธานที่จะทำอะไรดีๆ ก็ได้ ตราบใดที่มันยังอยู่อีกไกล แต่ถ้ามันมาถึงตัวเมื่อไหร่ เรามักจะลืมมันได้ง่ายๆ เช่น หลายคนอาจจะบอกว่าปีใหม่นี้ฉันจะเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ วันนี้เป็นวันที่ 1 ธันวาคม มันง่ายที่จะตั้งปณิธานอย่างนั้น แต่พอถึงวันที่ 31 ธันวาคมเมื่อไหร่ คุณจะเริ่มหวั่นไหวแล้ว พอถึงวันที่ 1 มกราคม คุณก็จะบอกว่า เฮ้ย ค่อยไปทำปีหน้าก็ได้

อาตมากำลังพูดถึงการต่อสู้ระหว่างความคิดกับอารมณ์ความรู้สึก คนเราเวลาคิดดีๆ คิดได้ แต่อารมณ์ที่จะทำสิ่งดีๆ บางทีมันไม่มี คนเรามีจุดอ่อนอย่างหนึ่งคือถ้าเป็นเรื่องการเสพ การบริโภค ระหว่างวันนี้ ชั่วโมงนี้ ถ้าคุณเสพ คุณได้หนึ่ง สมมติว่าวันนี้มีของอยู่ชิ้นหนึ่ง แต่ถ้าคุณรอหน่อยอีกสักวันหรืออีกชั่วโมง คุณจะได้สองชิ้น คนส่วนใหญ่จะเลือกเดี๋ยวนี้เลย คือถ้าเป็นเรื่องการเสพเราจะไม่ค่อยทนเท่าไหร่ เราจะรีบเสพทันที ถึงแม้ว่าสิ่งที่เสพนั้นจะมีน้อยกว่าก็ตาม แต่ถ้าเป็นเรื่องการทำความดี เรามักจะผัดผ่อนออกไป

อยากจะเตือนว่าถ้าหากเราตั้งใจว่าจะทำอะไรดีๆ ในปีใหม่ อย่าอ่อนแอ ขอให้มีจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็ง ถ้าเราทำได้อย่างที่เราตั้งใจ ต่อไปการทำสิ่งดีๆ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น
............ ...

' ปริทรรศน์ ' เชื่อว่าในช่วงเวลาที่แรงกดอากาศจากทางเหนือพาดผ่านความสุขปลายปี การปลดปล่อยภาระทางกายและใจ สลัดทิ้งความเหนื่อยล้าสะสมตลอด 365 วัน แสวงหาความสุขความรื่นเริงย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจขัดขืน และความมุ่งมาดปรารถนาจะเริ่มต้นสิ่งดี สิ่งใหม่ พร้อมประกายแสงแรกของวันปีใหม่มีอยู่เต็มแน่นในใจใครหลายคน

วิธีการเลือกของขวัญ เทรนด์ฮอตปีหน้า ดวงชะตาอนาคต หรือสถานที่แฮงก์เอาต์ คุณผู้อ่านหาข้อมูลได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความรื่นเริงบันเทิงใจเช่นนี้ ' ปริทรรศน์ ' ขอเป็นพื้นที่เล็กๆ มุมสงบๆ เชื้อชวนคุณผู้อ่านได้นั่งนิ่งๆ จิบชาอุ่นๆ ทบทวนอดีตในรอบปีแบบไม่ติดยึด อยู่กับปัจจุบันขณะ และจัดวางอนาคตในปีหน้าโดยไม่คิดวน เป็นการตั้งสติ ก่อนสตาร์ต

' ปริทรรศน์ ' ร่วมสนทนารับปีใหม่กับ พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคโตและประธานเครือข่ายพุทธิกา ภิกษุผู้เผยแผ่ธรรมะ พระนักกิจกรรมผู้เชื่อมร้อยโลกและธรรมอย่างแนบเนียนและลุ่มลึก

หวังว่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ที่งดงาม...สวัสดีปีใหม่
คัดลอกจาก http://www.gungold.com/forums/index.php?topic=5798.0


คำถามเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนโลก

“มองเป็นก็เห็นสุข”

"Inside - Outside"

May You Be Blessed
Happiness Is Here And Now

Wednesday, December 15, 2010

โชคคือความประจวบเหมาะระหว่างการเตรียมพร้อมกับโอกาส



I feel that luck is preparation meeting opportunity.

I don't want expensive gifts; I don't want to be bought. I have everything I want. I just want someone to be there for me, to make me feel safe and secure.
ฉันไม่ต้องการของขวัญราคาแพง ฉันไม่อยากถูกซื้อ ฉันมีทุกสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันเพียงปรารถนาจะมีใครสักคนที่รออยู่ตรงนั้น เพื่อช่วยให้ฉันรู้สึกปลอดภัยและมั่นคง
Princess Diana

I'm so glad I never feel important, it does complicate life!
ฉันดีใจเหลือเกินที่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ มันทำให้ชีวิตซับซ้อน

Eleanor Roosevelt

He who cannot give anything away cannot feel anything either.
คนที่ไม่สามารถให้อะไรแก่ใครได้ก็ไม่สามารถจะรู้สึกอะไรได้เช่นกัน

Friedrich Nietzsche

Effective communication is 20% what you know and 80% how you feel about what you know.
การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพประกอบด้วย สิ่งที่คุณรู้ 20% กับความรู้สึกต่อสิ่งที่คุณรู้อีก 80%
Jim Rohn

One good thing about music, when it hits you, you feel no pain.
ข้อดีอย่างหนึ่งของดนตรีก็คือ เมื่อมันกระแทกกระทั้นคุณ คุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวด
Bob Marley

Move out of your comfort zone. You can only grow if you are willing to feel awkward and uncomfortable when you try something new.
ก้าวออกมาจากเขตไร้ความกดดันของคุณ คุณจะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อคุณเต็มใจที่จะรู้สึกข้องขัดและอึดอัดใจเมื่อคุณลองทำอะไรใหม่ๆ

Tracy Brian

Really great people make you feel that you, too, can become great.
ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงจะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณก็สามารถจะยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
Mark Twain


We think too much and feel too little.
เราใช้ความคิดมากเกินไปและใช้ความรู้สึกน้อยเกินไป

Charlie Chaplin

I feel that luck is preparation meeting opportunity.
ฉันรู้สึกว่าโชคคือความประจวบเหมาะระหว่างการเตรียมพร้อมกับโอกาส

Oprah Winfrey

Feelings
 
 
Feeling good

อยากจะบอกใครสักคน
© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Tuesday, December 14, 2010

สิ่งชี้วัดคนๆ หนึ่งคือวิธีที่เขาจัดการกับอำนาจ

    http://zemetallica.deviantart.com/art/Nature-s-Power-161538518

Knowledge is power. 
ความรู้คือพลัง 
Francis Bacon 

The measure of a man is what he does with power.
สิ่งชี้วัดคนๆ หนึ่งคือวิธีที่เขาจัดการกับอำนาจ
Plato


Mastering others is strength. Mastering yourself is true power.
การปกครองผู้อื่นคือความแข็งแกร่ง การปกครองตัวเองคืออำนาจอันแท้จริง

Lao Tzu 

When the power of love overcomes the love of power the world will know peace.
เมื่อใดอำนาจแห่งความรักมีชัยเหนือความรักในอำนาจ เมื่อนั้นโลกก็จะพบกับสันติสุข 

Jimi Hendrix 

Nothing external to you has any power over you.
ไม่มีสิ่งภายนอกใดๆที่จะมีอำนาจเหนือคุณได้
Ralph Waldo Emerson

He who has great power should use it lightly.
ผู้ที่มีอำนาจอันยิ่งใหญ่ควรใช้อำนาจอย่างผ่อนคลาย 

Seneca 

To live happily is an inward power of the soul.
การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขคือพลังด้านในแห่งวิญญาณ 

Marcus Aurelius 

Prayer is man's greatest power!
การอธิษฐานจิตคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ 

W. Clement Stone 

Man's greatness lies in his power of thought.
ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์มาจากพลังแห่งความคิดของเขา 

Blaise Pascal 

Patience and gentleness is power.
ความอดทนและความอ่อนโยนคือพลัง
Leigh Hunt


Pessimism leads to weakness, optimism to power.
การมองโลกแง่ร้ายนำไปสู่ความอ่อนแอ การมองโลกแง่ดีนำไปสู่พลังอำนาจ 

William James

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.



Hallelujah
The power of love Celine Dion (official)
Love Is A Many Splendored Thing
Subaru
I Love Paris
รักข้ามขอบฟ้า
ฟ้าลาดิน

Monday, December 13, 2010

เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณรัก


  Mountain Laurel by beachkat1

Trust in what you love, continue to do it, and it will take you where you need to go.
เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณรัก ทำสิ่งนั้นต่อไป และสิ่งนั้นจะพาคุณไปยังจุดที่คุณปรารถนาจะไปให้ถึง
Natalie Goldberg


As soon as you trust yourself, you will know how to live.
ทันทีที่คุณเชื่อมั่นในตัวเอง คุณจะรู้ว่าคุณจะใช้ชีวิตอย่างไร
Johann Wolfgang von Goethe


You may be deceived if you trust too much, but you will live in torment if you don't trust enough.
คุณอาจจะถูกหลอกลวงได้ถ้าคุณเชื่อมั่นมากเกินไป แต่คุณก็จะมีชีวิตอยู่อย่างทนทุกข์ถ้าคุณเชื่อมั่นไม่มากพอ
Frank Crane 


And I also trust that there's more than one way to do something.
และฉันก็เชื่อมั่นว่า การทำอะไรสักอย่างนั้นมีได้มากกว่าหนึ่งหนทาง
Dennis Muren 


Remember, there are no mistakes, only lessons. Love yourself, trust your choices, and everything is possible.
พึงระลึกว่า ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ มีแต่บทเรียน รักตัวเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณเลือก แล้วทุกอย่างก็จะเป็นไปได้

Cherie Carter-Scott

Trust your ability!
ขอให้เชื่อมั่นในความสามารถของตัวคุณเอง
Itzhak Perlman 


Love all, trust a few, do wrong to none.
มอบความรักให้กับทุกคน เชื่อมั่นคนไม่กี่คน ไม่ทำผิดต่อใครสักคน
William Shakespeare 


If you believe in yourself anything is possible. 
ถ้าคุณเชื่อมั่นในตนเอง อะไรๆ ก็เป็นไปได้
Miley Cyrus

   Mountain Laurel by beachkat1

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

รักเธอเสมอ 

รักเป็นดั่งต้นไม้
ลมหายใจ
ลมหวน
I believe
If you want to sing out
Just The Two Of Us (Bossa)

Sunday, December 12, 2010

อวิชชาคือค่ำคืนแห่งดวงจิต




Ignorance is the night of the mind


Three things cannot be long hidden: the sun, the moon, and the truth.
สามสิ่งซึ่งมิอาจซ่อนเร้นอยู่ได้ยาวนาน คือ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และความจริง 

Buddha 

See how nature - trees, flowers, grass - grows in silence; see the stars, the moon and the sun, how they move in silence...we need silence to be able to touch souls.
มองดูธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ ดอกไม้ ใบหญ้า ต่างก็เติบโตท่ามกลางความเงียบ มองดูดวงดาว ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนไปอย่างไร้สรรพสำเนียงใดๆ … เราต้องการความเงียบเพื่อการเข้าถึงจิตวิญญาณ
Mother Teresa 


The day, water, sun, moon, night - I do not have to purchase these things with money.
เวลากลางวัน สายน้ำ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และเวลากลางคืน คือสิ่งที่ฉันไม่ต้องซื้อหามาด้วยเงินตรา
Plautus 


Ignorance is the night of the mind, a night without moon or star.
อวิชชาคือค่ำคืนแห่งดวงจิต ค่ำคืนที่ไร้ดวงจันทร์หรือดวงดาว
Confucius 

Every one is a moon, and has a dark side which he never shows to anybody.
ทุกคนคือดวงจันทร์ และมีด้านมืดที่ไม่เคยเผยให้ใครเห็น
Mark Twain

Reach for the moon. Even if you miss you`ll land among the stars.
เอื้อมมือคว้าดวงจันทรา หากแม้ว่าคว้าพลาดเธอก็จะร่วงลงมาอยู่ท่ามกลางดวงดารา

Tony Oller 

I think we're going to the moon because it's in the nature of the human being to face challenges. It's by the nature of his deep inner soul... we're required to do these things just as salmon swim upstream.
ผมคิดว่าเราเดินทางไปดวงจันทร์เพราะว่าธรรมชาติของมนุษย์คือการเผชิญความท้าทาย  
ด้วยธรรมชาติแห่งวิญญาณภายในอันล้ำลึกของมนุษย์… ทำให้เราต้องทำสิ่งเหล่านี้ ดุจเดียวกับแซลมอนที่ว่ายทวนน้ำ 
Neil Armstrong 

Language exerts hidden power, like the moon on the tides.
ภาษาส่งพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน เหมือนกับที่ดวงจันทร์ที่มีอิทธิพลต่อปรากฏการณ์
น้ำขึ้นน้ำลง 
Rita Mae Brown

On a night without the moon or stars you can’t see a thing, but you can imagine anything.
ในคืนที่ไม่มีดวงจันทร์หรือดวงดาว เธอมองอะไรไม่เห็น แต่เธอก็สามารถจินตนาการถึง
สิ่งใดก็ได้ 
Chuck Palah

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.


อวิชชา (พระครูเกษมธรรมทัต)
ขอจันทร์
แรมพิศวาส
เดือนเพ็ญ
แสงจันทร์
Moonlight Sonata
Fly me to the moon
Moon River
ฺBlue moon

Saturday, December 11, 2010

อะไรที่ง่ายน้อยนักที่จะเป็นเลิศ



What is easy is seldom excellent.

Advising is easier than helping.
การให้คำแนะนำง่ายกว่าการให้ความช่วยเหลือ
German Proverb 


I was taught that the way of progress was neither swift nor easy.
ฉันได้รับการสอนสั่งมาว่า วิถีแห่งความก้าวหน้านั้นไม่หวือหวาและไม่ง่าย
Marie Curie 


Love is like war: easy to begin but very hard to stop.
ความรักก็เหมือนสงคราม เกิดง่ายแต่จบยาก
H. L. Mencken


It is easy to talk on religion, but difficult to practice it.
การพูดคุยเรื่องศาสนาเป็นเรื่องง่าย แต่การนำไปปฏิบัติเป็นเรื่องยาก 

Ramakrishna 

Don't just read the easy stuff. You may be entertained by it, but you will never grow from it.
อย่าเพียงแต่อ่านอะไรที่เป็นเรื่องสบายๆ คุณอาจจะรู้สึกสนุกกับมัน แต่มันจะไม่มีวันช่วยให้คุณเติบโต
Jim Rohn 

Faith makes all things possible... love makes all things easy.
ศรัทธาทำให้สรรพสิ่งเป็นไปได้ ความรักทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างง่ายดาย
Dwight L. Moody

Don't handicap your children by making their lives easy.
อย่าทำให้ลูกๆของคุณไร้ความสามารถด้วยการทำให้ชีวิตของพวกเขาเป็นเรื่องง่าย
Robert A. Heinlein 

What is easy is seldom excellent.
อะไรที่ง่ายน้อยนักที่จะเป็นเลิศ
Samuel Johnson 


To find fault is easy; to do better may be difficult. 
การจับผิดเป็นเรื่องง่าย การทำให้ดีขึ้นอาจเป็นเรื่องยาก
Plutarch 


All things are difficult before they are easy.
ทุกเรื่องราวล้วนเป็นเรื่องยากก่อนที่จะเป็นเรื่องง่าย

Thomas Fuller 

People can cry much easier than they can change.
ผู้คนสามารถร้องไห้ได้ง่ายกว่าการที่พวกเขาจะเปลี่ยนแปลง 

James Baldwin

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Try To remember
ยากยิ่งสิ่งเดียว

The End Of The World

Friday, December 10, 2010

นักการเมืองที่ไหนๆก็เหมือนกันหมด



Politicians are the same all over.


With realization of one's own potential and self-confidence in one's ability, one can build a better world.
เมื่อตระหนักในศักยภาพและความมั่นใจในตัวเองของตน ใครคนหนึ่งก็สามารถสร้างโลกที่ดีกว่าได้
Dalai Lama

It takes many good deeds to build a good reputation, and only one bad one to lose it.
กว่าจะสร้างชื่อเสียงได้ ต้องอาศัยการทำสิ่งดีๆมากมาย แต่ชื่อเสียงจะสูญสิ้นไปด้วยการทำสิ่งไม่ดีเพียงครั้งเดียว

Benjamin Franklin

We build too many walls and not enough bridges.
เราสร้างกำแพงมากเกินไป แต่ยังสร้างสะพานไม่มากพอ
Isaac Newton



You can design and create, and build the most wonderful place in the world. But it takes people to make the dream a reality.
คุณอาจออกแบบ สร้างสรรค์ และปลูกสร้างสถานที่สุดมหัศจรรย์ขึ้นในโลกใบนี้ แต่คุณต้องอาศัยผู้คนในการทำให้ความฝันเป็นจริง
Walt Disney


Words build bridges into unexplored regions.
ถ้อยคำจะสร้างสะพานเชื่อมโยงเราไปสู่ดินแดนที่เรายังไม่เคยย่างกรายเข้าไป
Adolf Hitler


Build your reputation by helping other people build theirs.
สร้างชื่อเสียงของคุณโดยการช่วยคนอื่นๆสร้างชื่อเสียงของพวกเขา

Anthony J. D'Angelo

Politicians are the same all over. They promise to build bridges even when there are no rivers.
นักการเมืองที่ไหนๆก็เหมือนกันหมด พวกเขาสัญญาว่าจะสร้างสะพานแม้ในที่ๆไม่มีแม่น้ำ
Nikita Khrushchev 

You can build a throne with bayonets, but you can't sit on it for long.
คุณสามารถสร้างบัลลังก์ด้วยดาบปลายปืน แต่คุณจะนั่งอยู่บนนั้นได้ไม่นาน

Boris Yeltsin

Never build your emotional life on the weaknesses of others.
อย่าสร้างชีวิตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของคุณบนความอ่อนแอของผู้อื่น

George Santayana

สะพานสายรุ้ง

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Wednesday, December 8, 2010

ใครก็ตามที่มีความสุข จะทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย



     

The purpose of our lives is to be happy.
เป้าหมายชีวิตของเราคือการมีความสุข
Dalai Lama


No one is happy all his life long.
ไม่มีใครมีความสุขตลอดทั้งชีวิต
Euripides

Very little is needed to make a happy life; it is all within yourself, in your way of thinking.
การทำให้ชีวิตมีความสุขต้องการอะไรน้อยมาก ทั้งหมดนั้นอยู่ภายในตัวเธอ อยู่ในวิธีคิดของเธอ
Marcus Aurelius

If you want to be happy, be.
หากเธออยากจะมีความสุข ก็จงมีความสุข
Leo Tolstoy

Whoever is happy will make others happy too.
ใครก็ตามที่มีความสุข จะทำให้คนอื่นมีความสุขด้วย

Anne Frank

The art of being happy lies in the power of extracting happiness from common things.
ศิลปะของการดำรงอยู่อย่างมีความสุข อยู่ที่พลังของการแสวงหาความสุขจากสิ่งธรรมดาสามัญ

Henry Ward Beecher

It is the mind that maketh good or ill, That maketh wretch or happy, rich or poor.
จิตใจนั่นเองที่ก่อให้เกิดความดีหรือความชั่ว ความเศร้าหมองหรือความสุข ความมั่งมีหรือความยากจน
Michel de Montaigne

Simplicity makes me happy.
ความเรียบง่ายทำให้ฉันมีความสุข

Alicia Keys


One of the luckiest things that can happen to you in life is, I think, to have a happy childhood.
ฉันคิดว่า หนึ่งในบรรดาเรื่องโชคดีที่สุดซึ่งสามารถจะเกิดขึ้นในชีวิตของเธอก็คือ การมีชีวิตวัยเยาว์ที่เต็มไปด้วยความสุข

Agatha Christie

ขอความสุขคืนกลับมา




© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

โลกจะดูแตกต่างไปเมื่อมองมาจากพื้นดิน




The world looks different from the ground.

The essence of all religions is one. Only their approaches are different.
หัวใจของทุกศาสนาเป็นหนึ่งเดียว มีแต่หนทางในการเข้าถึงเท่านั้นที่แตกต่างกัน
Mohandas Gandhi 

The successful man will profit from his mistakes and try again in a different way.
คนที่ประสบความสำเร็จจะหาประโยชน์จากความผิดพลาดของเขาแล้วพยายามใหม่ในวิถีที่แตกต่าง
Dale Carnegie 

So go ahead. Fall down. The world looks different from the ground.
เดินหน้าต่อไป ล้มลุกคลุกคลานบ้าง โลกจะดูแตกต่างไปเมื่อมองมาจากพื้นดิน 

Oprah Winfrey 

We boil at different degrees.
จุดเดือดของเรามีระดับอุณหภูมิที่แตกต่างกัน
Clint Eastwood

All of us every single year, we're a different person. I don't think we're the same person all our lives.
สำหรับเราทุกคนในแต่ละปี เราคือคนใหม่ที่แตกต่างไป ผมไม่คิดว่าเราจะเป็นคนเดิมตลอดชีวิต
Steven Spielberg 

In order to be irreplaceable one must always be different.
เพื่อให้เป็นคนที่ไม่อาจมีใครทดแทนได้ เราจะต้องสร้างความแตกต่างอยู่เสมอ
Coco Chanel 


If you want the present to be different from the past, study the past.
หากเธอปรารถนาให้ปัจจุบันแตกต่างจากอดีต จงศึกษาอดีต
Baruch Spinoza


When you don't know that you don't know, it's a lot different than when you do know that you don't know.
เมื่อเธอไม่รู้ว่าเธอไม่รู้นั้นแตกต่างจากเมื่อเธอรู้ว่าเธอไม่รู้มากมายนัก

Bill Parcells 

People take different roads seeking fulfillment and happiness. Just because they're not on your road doesn't mean they've gotten lost.
ผู้คนเลือกเส้นทางที่แตกต่างในการแสวงหาความสำเร็จและความสุข เพียงเพราะว่าพวกเขาไม่ได้ร่วมเส้นทางกับคุณ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาหลงทาง
H. Jackson Brown, Jr.


Music and the music business are two different things.
ดนตรีกับธุรกิจเกี่ยวกับดนตรีคือสองสิ่งที่แตกต่าง
Erykah Badu


The English Language in 24 Accents

© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Tuesday, December 7, 2010

The only source of knowledge is experience.




แหล่งที่มาเพียงหนึ่งเดียวของความรู้คือประสบการณ์
Sometimes your joy is the source of your smile, but sometimes your smile can be the source of your joy.
บางครั้งความเบิกบานใจคือที่มาของรอยยิ้มของเธอ แต่ในบางครั้งรอยยิ้มของเธอคือที่มาของความเบิกบานใจ 

Thich Nhat Hanh 

Silence is a source of great strength.
ความเงียบคือขุมทรัพย์แห่งความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่
Lao Tzu 


The only source of knowledge is experience.
แหล่งที่มาเพียงหนึ่งเดียวของความรู้คือประสบการณ์ 

Albert Einstein 

Your most unhappy customers are your greatest source of learning.
ลูกค้าคนที่มีปัญหามากที่สุดของคุณ คือแหล่งเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณ
Bill Gates 


The greatest happiness is to know the source of unhappiness.
ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรู้ว่าที่มาของการไม่มีความสุขคืออะไร 

Fyodor Dostoevsky 

There is a fountain of youth: it is your mind, your talents, the creativity you bring to your life and the lives of people you love. When you learn to tap this source, you will truly have defeated age.
ความอ่อนเยาว์ของคุณมีแหล่งที่มา นั่นคือจิตใจของคุณ พรสวรรค์ของคุณ การสร้างสรรค์ที่คุณนำสู่ชีวิตของคุณ และชีวิตของคนที่คุณรัก เมื่อคุณเรียนรู้ที่จะเก็บเกี่ยวจากต้นธารนี้แล้ว คุณก็จะมีชัยเหนืออายุอย่างแท้จริง
Sophia Loren 


There is no knowledge, no light, no wisdom that you are in possession of, but what you have received it from some source.
ไม่มีองค์ความรู้ ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีปัญญาใดๆที่คุณครอบครองเป็นเจ้าของ หากแต่คุณได้รับมาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งต่างหาก
Brigham Young

The source and center of all man's creative power... is his power of making images, or the power of imagination.
ที่มาและศูนย์รวมของพลังสร้างสรรค์ทั้งปวงของมนุษย์ ...คือพลังในการสร้างภาพพจน์ หรือพลังแห่งจินตนาการของเขานั่นเอง
Robert Collier


Self-love is the source of all our other loves.
ความรักที่มีต่อตนเองคือต้นธารแห่งความรักที่เหลือทั้งหมดของเรา 

Pierre Corneille 

The past is a source of knowledge, and the future is a source of hope. Love of the past implies faith in the future.
อดีตคือที่มาของความรู้ และอนาคตคือต้นทางแห่งความหวัง จงรักในอดีตและมีศรัทธาต่ออนาคต
Stephen Ambrose 


Experience 

Einstein

Einstein short biography
Imagine
© 2010 BungaHimalaya บุหงาหิมาลัย All Rights Reserved.

Sunday, December 5, 2010

การเผชิญความตายอย่างสงบ



การเผชิญความตายอย่างสงบที่มาของแนวคิดและโครงการเผชิญความตายอย่างสงบ?คนส่วนใหญ่ในสังคมเวลานี้มีความทุกข์มาก โดยเฉพาะเมื่อเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย ก็ไม่สามารถวางใจให้ถูกต้องได้ ทุกข์ทรมานและตายไปกับความทุกข์ เราก็พบว่าคนที่ทุกข์ยังรวมถึงญาติพี่น้องด้วย จะช่วยเขาได้อย่างไร วิธีหนึ่งคือการทุ่มเทในการรักษา แต่บางครั้งก็ไม่ได้ช่วยเยียวยาให้หายจากโรค แต่เป็นการยืดลมหายใจ ตัวผู้ป่วยก็ทุกข์ คุณภาพชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้น ซ้ำยังส่งผลเสียต่อผู้คนต่อสังคมด้วย เพราะการรักษาพยาบาลในแบบที่ว่านี้ ทรัพยากรบุคคลและเทคโนโลยีที่จะช่วยผู้ป่วยที่มีโอกาสรอดได้ ถูกนำมาใช้เพื่อยืดอายุลมหายใจของผู้ป่วยที่หมดทางรักษา แทนที่จะปล่อยให้เขาจากไปอย่างสงบ นี่เป็นที่มาของโครงการเผชิญความตายอย่างสงบ

ในทางพุทธศาสนามีความเชื่อว่าสิ่งสำคัญในชีวิตเรา จิตในภาวะสุดท้ายมีความสำคัญมาก จะไปสู่สุคติ ทุคติก็ ส่วนหนึ่งอยู่ที่จิตใจภาวะสุดท้าย และเชื่อว่าคนเราสามารถตายอย่างสงบได้ สามารถช่วยให้ตัวเองอยู่เหนือความทุกข์ ความทรมานทางกายได้ อย่างที่พระพุทธเจ้าเคยสอนพุทธบริษัทคนหนึ่งว่า แม้กายกระสับกระส่าย อย่าให้จิตกระสับกระส่าย และก็มีอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมากที่สามารถบรรลุธรรมได้ ขณะที่เขากำลังจะตาย โดยอาศัยจิตสุดท้ายในการบรรลุธรรม จากประสบการณ์จากการทำงานในเรื่องนี้เราก็พบว่า คนธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ฆราวาส คนธรรมดา สามารถตายอย่างสงบได้ แม้โรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้าจะเป็นโรคร้าย ทำความเจ็บปวดให้ร่างกาย แต่ถ้าวางใจให้สงบ รักษาใจให้เป็นปรกติ ก็สามารถผ่านพ้นความเจ็บปวดทางกาย และผ่านความตายได้อย่างสงบ

ประโยชน์ของโครงการนี้คงไม่เฉพาะแต่การมุ่งให้คนไข้และญาติมุ่งรักษาใจให้เป็นปรกติในวาระสุดท้ายเท่านั้น แต่เราคิดว่ามันอาจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในระบบสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขต้องให้ความสำคัญกับเรื่องจิตใจของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งก็หวังว่าจะทำให้เราไม่เน้นเฉพาะแต่เรื่องเทคโนโลยี แต่เน้นเรื่องการสร้างสมรรถภาพทางจิตวิญญาณ ซึ่งจะเป็นการเยียวยาครอบครัวและญาติมิตรของผู้ป่วยด้วย และการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ก็จะเป็นไปในทางช่วยให้คลายทุกข์ และถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช่แค่การยืดลมหายใจของบางคน ในขณะที่คนจำนวนมากที่ยังอยู่ในขั้นรักษาหายได้กลับต้องตายเพราะเขาไม่มีหมอ พยาบาล และเตียงคนไข้ เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเขา

เราหวังว่าทัศนะสังคมจะเปลี่ยนในเรื่องของความตาย คนที่เข้าใจเรื่องความตายถูกต้อง ก็จะดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ไม่บริโภคเสพสุขอย่างเอารัดเอาเปรียบกัน แล้วพอถึงเวลาใกล้ตายก็ทุกข์ทรมาน แต่ถ้าเรารู้ว่าการตายอย่างสงบคือความถูกต้อง เราก็จะใช้ชีวิตอย่างมีศีลมีธรรม เป็นกุศล สังคมทุกวันนี้เป็นสังคมบริโภคนิยม เพราะเป็นสังคมที่มองความตายแบบปกปิด ไม่รับรู้ หลงลืมเรื่องความตาย
ถ้าวิธีการใช้ชีวิตของผู้คนปัจจุบันเปลี่ยนไป แล้วจะเกิดผลอย่างไรต่อครับ?คือถ้าคนเรารู้ว่าความตายไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว ไม่ใช่วิกฤติ แต่คือโอกาส อาจเป็นวิกฤติในทางกาย แต่ในทางใจคือโอกาส คือเราสามารถเข้าถึงความสงบได้ในวาระสุดท้ายของชีวิต ยกจิตของเราให้สูงขึ้น เราก็จะไม่ฝืนหรือปฏิเสธความตาย แต่เราจะรับมือหรือเผชิญหน้ากับความตายอย่างดีที่สุด ซึ่งจะทำให้เราพึ่งเทคโนโลยีน้อยลง ไม่ฝืนความจริง แต่ยอมรับและเผชิญกับความเป็นจริงอย่างดีที่สุด ซึ่งสุดท้ายแล้วเราทุกข์เพราะความยึดติดกับสิ่งที่จะพลัดพรากจากกัน ทรัพย์สมบัติ คนรัก ชื่อเสียง เกียรติ หรือความรู้สึกที่ไม่ดี เช่น ความรู้สึกผิด ความห่วงหาอาลัย ซึ่งจะทำให้คนตายไม่ดี แต่ถ้าเราเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง ปลดเปลื้องสิ่งที่ค้างคาใจ จะทำให้จิตใจเราเบา และผ่านความตายไปได้อย่างสงบ เกิดจิตที่สว่างไสว

หัวใจของการเผชิญความตายอย่างสงบ คือการเรียนรู้ที่จะยอมรับความจริงของชีวิตอย่างไม่ขัดขืน ไม่ฝืนความจริง รู้จักปล่อยวาง สิ่งเหล่านี้เทคโนโลยี เงินทอง ช่วยเหลือไม่ได้ ต้องอาศัยการฝึกจิตใจของเรา อาศัยสิ่งแวดล้อม เช่น ญาติ มิตร หมอ พ่อแม่ ช่วยเหลือ
ผู้ป่วยใกล้ตายนอกจากเรื่องร่างกายแล้ว ยังมีปัญหาด้านจิตใจด้วย?
ใช่ ส่วนใหญ่คนเวลาป่วยไม่ใช่เป็นที่ร่างกายเท่านั้น ป่วยใจด้วย คือ เกิดความกลัวว่าจะเป็นโรคร้ายแรง เป็นภาระกับผู้อื่น กลัวถูกทอดทิ้ง กลัวตายแล้วจะไปไหน วิตกกังวล เป็นห่วงลูกหลาน การงาน เป็นความทุกข์ทางใจที่จะไปกดทับโรคร่างกาย และบางครั้งความเจ็บป่วยทางใจอาจหนักหนาสาหัสกว่าโรคทางกาย อย่างบางคนร่างกายยังไม่เป็นอะไร แต่พอหมอวินิจฉัยว่าเขาเป็นมะเร็ง ใจนี่ทรุดเลย หรืออย่างที่มีเรื่องเล่าว่า มีคนๆหนึ่งตัวซีด ไม่มีเรี่ยวแรง ต้องนั่งรถเข็นมาตรวจ นักศึกษาตรวจว่า ไม่มีอะไรเป็นพยาธิทำให้โลหิตจาง ตัวซีด กินธาตุเหล็กหน่อยก็ดีวันดีคืน พูดจบคนไข้ลุกได้เลย แล้วก็พูดกับหมอว่า ถ้าเป็นแค่นี้ไม่ต้องใช้รถเข็นแล้ว ทีแรกที่ไม่มีแรงเพราะวิตกกังวลว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรง พอรู้ว่าไม่มีอะไร เรี่ยวแรงก็กลับคืนมา เจอเยอะคนไข้ทำนองนี้

มีบางคนเป็นโรคมะเร็งแต่เขากลับมีความแช่มชื่นเบิกบาน เพราะใจเขายอมรับความจริงได้ ปล่อยวางได้ อย่างมีเด็กคนหนึ่ง อายุ 14 แต่หน้าตาแจ่มใสทั้งที่เป็นมะเร็งสมอง เขาบอกเขาโชคดีที่เป็นมะเร็งสมอง ไม่ได้เป็นมะเร็งมดลูก เพราะย่าเขาที่เป็นมะเร็งมดลูก เจ็บปวดมาก บางคนแค่ปวดหัวตัวร้อน แต่กลับทรุดหนัก เพราะโรคทางใจไปปรุงแต่งให้ทุกข์มากขึ้น แต่ถ้าทุกข์ทางใจหมดไป โรคร้าย ๆ ก็กลับไม่น่ากลัว

บางทีคนสมัยนี้อยากจะตายไม่ใช่เพราะโรคทางกาย แต่เป็นเพราะโรคทางใจ มีการวิจัยในประเทศฮอลแลนด์ กับคน 200 คนที่อยากตาย โดยให้หมอเป็นคนทำ เกินครึ่งอยากตายเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องทางใจ
การใช้เครื่องมือแพทย์ยื้อชีวิต บางกรณียื้อแล้วก็อาจจะฟื้น แต่บางกรณีเยื้อไปก็ไม่รอด เส้นแบ่งควรอยู่ตรงไหนครับ?พูดยาก แต่มีบางโรคที่ไม่มีทางรักษา ที่ทางการแพทย์เรียกว่าผู้ป่วยหมดหวัง เช่น มะเร็งระยะสุดท้าย หมดสติไปแล้ว อาการแบบนี้ไม่มีทางจะดีขึ้นมาได้ มีแต่จะตายในที่สุด ซึ่งต่างจากผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ โรคหัวใจ ซึ่งโรคปัจจุบันทันด่วนบางกรณีหมออาจหมดหวังแล้ว แต่ฟื้นขึ้นมาก็มี อันนี้อยู่ในข่ายที่น่าจะลอง แต่ลักษณะอย่างผู้ป่วยมะเร็งเรื้อรัง ถ้าลักษณะของโรคมีแต่จะแย่ลง ๆ การยื้อไม่ใช่ยื้อเพื่อหวังให้หาย แต่หวังเพียงแค่ยืดลมหายใจ ซึ่งเป็นการยืดความทุกข์ทรมานออกไป

แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าเราทุ่มเทไปที่เรื่องเทคโนโลยีมากน้อยเท่าใด แต่อยู่ตรงที่ว่าเราให้ความสำคัญเรื่องกายจนลืมเรื่องใจ เรายื้อเรื่องกาย แต่เราใจเรามองข้าม เมื่อไม่ให้ความสำคัญกับจิตใจก็คิดว่าไม่มีทางอื่นนอกจากต้องเยื้อชีวิตไว้ให้นานที่สุด เพราะเป็นเรื่องเดียวที่เราทำได้ ผู้ป่วยหลายคน ญาติหลายคน ไม่ได้นึกเรื่องนี้ในตอนแรก เขาคิดว่าต้องยื้อให้เต็มที่ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีแนวโน้มที่จะหาย แต่พอเขารู้ว่าในภาวะเช่นนี้ถ้าเขาได้ตายอย่างสงบ มีเรี่ยวมีแรงอยู่กับลูก ได้มีเวลาพูดคุยความในใจ อาจช่วยให้เขาตายอย่างสงบได้ พอลูกรู้เช่นนี้ เขาก็ตระหนักว่าเขาไม่จำเป็นต้องยื้อ หันมาให้ความสำคัญกับการให้เวลากับคนไข้

คนส่วนใหญ่ที่ยื้อเพราะไม่รู้ว่ามีวิธีอื่นที่ทำได้ช่วยได้ บางทีเมื่อเขารู้ว่ามีวิธีอื่น เขาก็ไม่ยื้อ หันมาใช้วิธีการให้การเยียวยาจิตใจ มีเวลาคุยกับผู้ป่วย พูดถึงสิ่งดี ๆ ที่ทำให้เขาภูมิใจ และมีโอกาสได้ร่ำลา ช่วยเขาปลดเปลื้องสิ่งค้างคาใจ หลายคนก็พบว่าเขาตัดสินใจไม่ผิด ผู้ป่วยได้ตายอย่างสงบ แทนที่จะเสียใจเขาได้ความปิติที่ได้ให้สิ่งที่ดีแก่ผู้ป่วย แต่ปัจจุบันเรามองไม่เห็นวิธีอื่นใดนอกจากเรื่องการปั๊ม ถ้ามีเงินก็บอกหมอทำเต็มที่ฉันมีเงินให้ จากสภาพการณ์ที่เห็นการมุ่งยื้อชีวิตผู้ป่วยหนักเป็นสำคัญ

มีแรงบันดาลใจหรืออะไรเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พระอาจารย์หยิบเอาเรื่องการตายอย่างสงบมาเป็นคำตอบ?เราได้พบกรณีตัวอย่างมามาก เขาโดนโรคร้ายเกาะกินแล้วก็ไปอย่างสงบได้ บางคนแทบไม่ได้พึ่งยาแก้ปวด อาศัยสมาธิ ทั้งที่เขาไม่ใช่คนที่ปฏิบัติธรรมมานาน มาสนใจตอนที่ป่วย แต่สามารถอาศัยสมาธิหายจากความเจ็บปวดได้ หรือบางคนสมาธิอาจไม่เข้มแข็ง แต่อาศัยพยาบาล ญาติพี่น้องเป็นผู้นำจิต หรือใช้การผ่อนคลายทางกาย หรือใช้จินตนาการ ก็หายกระสับกระส่าย เราได้เจอแบบนี้มาก จึงคิดว่าการให้ความสำคัญเรื่องจิตใจกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นสิ่งสำคัญ กรณีตัวอย่างที่ได้พบไม่ได้เป็นพระ แต่อาจเป็นคนธรรมดา ที่เคยมีความยึดติด ที่เคยต่อสู้กับความตาย ความเจ็บปวด แล้วในช่วงท้ายของชีวิต เกิดมีคนแนะนำให้เขาวางจิตได้ถูกต้อง เขาก็ไปสงบ

เราเจอแบบนี้เยอะก็พบว่าการตายอย่างสงบ เป็นสิทธิของทุกคน เราต้องยอมรับว่าการตายเป็นหน้าที่ของทุกชีวิต เราปฏิเสธหน้าที่นี้ไม่ได้ และเป็นหน้าที่ที่มาพร้อมกับสิทธิ แล้วการตายอย่างสงบก็เป็นสิทธิที่ทุกคนเข้าถึงได้ เราก็เลยเกิดความมั่นใจว่าการช่วยให้คนตายอย่างสงบไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ต้องศรัทธามั่นคงแน่นแฟ้นในศาสนาก็ได้
ยกตัวอย่างได้ไหมครับ?
เด็กสิบสี่ขวบคนหนึ่งเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย วันสุดท้ายในชีวิตเขากระสับกระส่ายมาก พยาบาลที่ไม่ได้รู้เรื่องธรรมะอะไรมาก แต่รู้ว่าเด็กคนนี้ชอบอุลตร้าแมน ตอนเด็กกระสับกระส่ายก็บอกให้เด็กจินตนาการว่ากำลังไปซื้ออุลตร้าแมนด้วยกัน โดยมีพยาบาลเป็นผู้บรรยายนำทาง ทำอยู่ประมาณ 30 นาที เด็กก็เริ่มสงบ แล้วไม่กี่ชั่วโมงเด็กก็ตายอย่างสงบ นี่เป็นตัวอย่างว่าเด็กก็ตายสงบได้ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นมะเร็ง

ผู้ใหญ่ก็มี อย่างพี่สาวของเพื่อนอาตมา เขาเป็นมะเร็งเต้านม ต่อมาท่อน้ำดีอุดตันทำให้ตับเป็นพิษ ก็ไม่อยากรักษา บอกว่าไม่อยากจะยื้อชีวิตแล้ว หมอเป็นห่วงว่าพิษจะซึมไปทั่วร่างกาย แล้วทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เพ้อ หมดสติ แต่ปรากฏว่า 7 วันสุดท้ายของโยมคนนี้ รู้ตัวอยู่ตลอด จนถึงชั่วโมงสุดท้าย โดยไม่มีอาการเพ้อ ซึ่งผิดจากที่หมอคาด เพราะครอบครัวเขาดูแลเรื่องจิตใจ ลูกหลานมาเยี่ยมเยียน แม่ พี่น้องเอาใจใส่ ผู้ป่วยก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ซึ่งตรงข้ามกับในโรงพยาบาล หรือในห้องไอซียู ครอบครัวยังชักชวนให้คนป่วยทำบุญ ทำสมาธิด้วยกัน

ช่วง 2 วันสุดท้าย มีการพูดนำทางให้คนไข้นึกถึงพระรัตนตรัย ให้ใจน้อมนึกถึงพระรัตนตรัย และให้เดินตามไป รวมทั้งให้น้อมจิตขออโหสิกรรมแก่เจ้ากรรมนายเวร และแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้นึกถึงสิ่งดี ๆ เขารักษาอยู่ที่บ้าน 7 วันสุดท้ายไม่ไปโรงพยาบาล วันสุดท้ายครอบครัวก็ยังไม่คิดว่าเขาจะตายก็ชวนกันว่ามาสวดมนต์ 1,000 จบ ระหว่างที่สวดเขายังรู้สึกตัว จนราวห้าหกร้อยจบก็มีคนสังเกตว่าเขาหมดลมไปแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าในตอนไหน ทั้งที่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เขายังจำแม่ได้ ทักคนได้ ขอกินข้าวด้วยซ้ำ แล้วก็จากไปในขณะที่ยังสวดอยู่ สงบมาก เมื่อรู้ว่าหมดลมแล้ว ทางญาติก็ยังสวดต่อไปจนครบพันจบ ถือเป็นของขวัญสุดท้ายที่จะให้แก่เขา ญาติก็ภูมิใจและปลื้มปิติที่ส่งญาติของเขาให้จากไปอย่างสงบได้

ในหลาย ๆ กรณีความตายไม่ใช่เรื่องที่น่าเศร้า ความตายอาจสามารถนำความปลื้มปิติมาให้ หากว่าเป็นการตายอย่างสงบ ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่ยื้อยุดฉุดชีวิตเอาไว้ หรือถูกยื้อยุดชีวิต คนป่วยก็ทรมาน ญาติก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่ดี ความตายถ้าตายอย่างสงบจะเยียวยาผู้ป่วย เยียวยาญาติมิตรได้ด้วย ซึ่งมิตินี้การแพทย์ไม่สนใจ เพราะเขาวัดอัตราความสำเร็จว่ารอดอยู่ได้กี่วัน รอดอยู่ได้หลายวันก็ถือว่าสำเร็จมาก ซึ่งระหว่างนั้นคนป่วยก็ทุกข์ ญาติก็ทุกข์ พอเขาตายญาติก็เสียใจ บางทีก็เสียใจว่าไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่าง หรือรู้สึกผิดว่าไม่มีโอกาสได้พูดได้คุยกันในหลายเรื่อง
เรื่องหลักวิธีการล่ะครับ พระอาจารย์ได้มาจากไหนครับ?ก็จากประสบการณ์ สรุปออกมาเป็นแนวทาง อย่างแรกคือความรัก การให้ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขนี่สำคัญมาก อย่างคนป่วยส่วนหนึ่งก็อย่างที่บอก เขาไม่ได้ป่วยกายเขาป่วยใจ วิธีที่จะระงับได้ไม่ใช่ยาอย่างเดียว ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือธรรมโอสถ มีคนดูแลเอาใจใส่ พร้อมที่จะดูแลเขาจนนาทีสุดท้าย ก็เกิดกำลังใจ กำลังใจนี่ทำให้เอาชนะความกลัวได้ปัญหาหนึ่งของคนป่วยคือกลัวว่าเขาจะถูกทอดทิ้ง ต้องตายอยู่คนเดียว สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ให้ความรักกับเขา ให้ความมั่นใจว่าเราจะดูแลช่วยเหลือเขา และให้เขานึกถึงสิ่งที่ดีงาม หลักธรรม สิ่งที่เขานับถือ รวมทั้งสิ่งดีงามที่เคยทำมา การทำบุญ การเลี้ยงดูลูก การเป็นแบบอย่างให้แก่ญาติพี่น้อง การเป็นครูที่ดี ลูกที่ดี ทำให้เขาภาคภูมิใจและรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย เมื่อรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย ความตายก็เป็นเรื่องไม่น่ากลัว เพราะถ้าอยู่อย่างดีก็ตายดี การนึกถึงสิ่งดีงามช่วยได้มาก อีกอย่างหนึ่งคือช่วยให้เขาปลดเปลื้องสิ่งค้างคาใจ พระอาจารย์แปลและเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องความตาย รวมทั้งหลักคำสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในพุทธศาสนา

พระอาจารย์เขียนมาก่อนหรือสนใจเรื่องนี้ก่อนจึงไปศึกษาครับ?สนใจเรื่องความตายเพราะรู้สึกว่าวันหนึ่งเราต้องตายและไม่รู้จะตายในลักษณะไหน อาจด้วยมะเร็ง ถูกคนทำร้าย อุบัติเหตุ ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวทั้งนั้น แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นเราทำใจได้หรือเปล่า ก็เกิดความหวั่นไหว อันนี้มีมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นแล้ว เมื่อเริ่มศึกษาก็พบว่าการฝึกจิตนี้สำคัญ ทำให้ศึกษาเรื่องพวกนี้ ตอนหลังเมื่อมาจับงานแปลก็ได้เห็นการเตรียมตัวตายที่ดีขึ้น ตอนหลังก็มีคนนิมนต์ไปพูด ก็คิดว่าน่าจะจัดการอบรมเรื่องนี้ มีคนเห็นด้วยก็กลายเป็นโครงการขึ้นมา เริ่มแรกมาจากความพยายามที่จะแก้โจทย์ส่วนตัว แต่ได้เผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นด้วย เริ่มโครงการเล็ก ๆ เมื่อปี 45 ตอนนี้เป็นระดับเล็ก
เรื่องชื่อโครงการล่ะครับ?
เรารู้สึกว่าทุกวันนี้เรากลัวความตาย จนคำว่า ความตาย กลายเป็นคำที่อุจาด แต่เราคงเผชิญความตายอย่างสงบไม่ได้ถ้าแม้แต่คำว่าความตายยังเป็นเรื่องรับไม่ได้ มีคนแนะนำให้ใช้ว่า สุนทรียมรณัง อะไรทำนองนั้น แต่เราคิดว่าวิธีแบบนั้นปรุงแต่งเกินไป และเราควรพร้อมที่จะคุยเรื่องความตาย เสมือนเป็นสิ่งธรรมดาที่อาจเกิดในชีวิตประจำวัน เราเลยเขียนชื่อตรง ๆ เลย

เราถือว่าการเผชิญหน้ากับความตายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราพร้อมที่จะเผชิญเสียแต่เดี๋ยวนี้ และอย่างที่มีคำคนบอกว่า อะไรที่เราสู้กับมันไม่ได้ ก็เป็นมิตรกับมันเสียเลย ความตายนี่เราสู้มันไม่ได้ เราก็ควรเรียนรู้ที่จะเป็นมิตรกับความตาย เห็นความตายเป็นสิ่งที่จะทำให้เราไม่ประมาท ขวนขวายทำความดี รู้จักปล่อยวาง ความตายมีประโยชน์ ถ้าเรานึกถึงความตายจะทำให้เราขวนขวายในสิ่งที่เราชอบผัดผ่อน แล้วก็ปลดเปลื้องในสิ่งที่เราชอบยึดติดหลายคนชอบผัดผ่อนในเรื่องที่ดี การไปวัดปฏิบัติธรรม การไปเยี่ยมพ่อแม่ บางคนชอบบอกเอาไว้ก่อน แต่พอรู้ว่ามีเทศกาลลดราคาที่ห้างสรรพสินค้า คืนนี้คืนสุดท้าย ก็แห่ไปกันใหญ่ เรื่องที่ไม่จำเป็นนี่เร่งรีบเหลือเกิน แต่เรื่องที่สำคัญ-ผัดผ่อน เรื่องสัมพันธภาพกับคนรัก เรื่องลูก ตอนนี้ยังไม่มีเวลาให้ลูก ขอทำงานก่อน ให้รวยก่อนค่อยมีเวลาอยู่กับครอบครัว แต่พอรู้เรื่องความตายก็จะตระหนักว่าเราอาจจะตายเมื่อไรก็ได้ อะไรที่สำคัญจึงควรทำเสียแต่เรื่องไม่ดีเราชอบยึดติดนัก ใครด่าเราจำมั่น โกรธใครเกลียดใครนี่จำแม่น มันเป็นทุกข์ยิ่งกว่าติดคุก พอเศร้าเสียใจก็จมอยู่กับมัน แต่ถ้ารู้เรื่องความตายจะช่วยกระตุ้นให้เราปล่อยวาง จะโกรธเขาไปทำไมไม่นานก็ตายจากกันแล้ว งานการล้มเหลว เป็นทุกข์ แต่พอนึกถึงเรื่องความตายขึ้นมา เรื่องพวกนี้เราปล่อยวาง กลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไป ของหาย รถหาย เงินหาย กลุ้มเหลือเกิน แต่พอนึกถึงความตาย ของพวกนี้กลายเป็นเรื่องเล็ก ทำให้เราปล่อยวางได้
กลุ่มเป้าหมายที่ควรเรียนรู้เรื่องนี้เป็นใครครับ?คนทั่วไปที่สุขภาพยังดีอยู่ก็มีประโยชน์ แต่คนที่สนใจส่วนใหญ่เผชิญอยู่กับปัญหานี้โดยตรง หมอ พยาบาล ญาติผู้ป่วย ซึ่งแทบทุกข์คนล้วนมีญาติป่วยอยู่ทั้งนั้น เราทำความเข้าใจเรื่องความตาย ว่าคนมองเรื่องความตายอย่างไร และเราควรมองความตายอย่างไร มีการพูดถึงเรื่องมรณานุสติ พูดถึงเรื่องการเตรียมตัวตาย การจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ความเข้าใจเรื่องภาวะใกล้ตาย เราจะช่วยเขาอย่างไร และถ้าเกิดกับตัวเราจะทำอย่างไร มีหลายระดับ ตั้งแต่การทำความเข้าใจ การเผชิญกับความตาย และใช้ความตายเป็นเครื่องมือเตือนใจในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ด้วยการทำมรณานุสติขอให้พระอาจารย์ช่วยอธิบายเรื่องวัวหลุดจากคอก ในเรื่องจิตสุดท้าย อีกครั้งครับ
ในพุทธศาสนาอธิบายว่ากรรมจวนเจียนใกล้ตายจะส่งผลก่อนว่าจะไปอยู่ภพภูมิไหน พระพุทธเจ้าเปรียบว่าเหมือนวัวที่อยู่ใกล้ประตูคอก เมื่อเปิดประตูคอกออกมา ตัวที่อยู่ใกล้ประตูคอกจะออกมาก่อน จิตสุดท้ายคือจิตที่ใกล้ ความรู้สึกนึกคิดสุดท้ายก่อนจะตายนี้จะส่งผลก่อนว่าจะไปสู่ทุคติ หรือสุคติ ในทางพุทธศาสนาถือว่าพอใกล้ตาย การเอาเครื่องมือมาปั๊ม มาสอด เอาสายมาต่อระโยงระยาง ต้องเลิก นั่นไม่ใช่โอกาส เรื่องกายต้องวางไว้ ต้องให้ใจอยู่ในความสงบ ไม่ต้องยุ่งกับร่างกาย
ยกตัวอย่างคนหนึ่งเป็นคนดีมาตลอด ส่วนอีกคนเป็นคนชั่ว แต่มากำหนดจิตสุดท้ายในด้านตรงข้าม ผลจะเป็นอย่างไรครับ?คนที่ทำดีมาตลอด จิตสุดท้ายเกิดความห่วงกังวลเป็นอกุศล ก็ไปสู่ทุคติได้ แต่ว่าอยู่นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกรรมดีที่เขาทำไว้ พอจิตอกุศลก่อนตายมันหมดพลัง ความดีที่ได้ทำไว้ตอนมีชีวิตอยู่ก็จะฉุดเขาขึ้นมา สมัยพุทธกาลก็มีพระที่ได้จีวรมาก็ยินดีในจีวร ปลื้มปิติแต่ไม่ทันได้ใช้ก็ตาย แต่ตอนใกล้ตายก็ห่วงถึงจีวร ในคัมภีร์กล่าวว่าตายแล้วเป็นเล็นอยู่ในจีวรนั้น อยู่ 7 วัน พอตายก็ไปสวรรค์ เพราะทำความดีมาก่อน คนทำชั่วก็เช่นกัน ให้จิตนึกไปในทางที่ดี ในความเป็นจริงทำได้ยาก แต่อาจเป็นไปได้เพราะมีสิ่งแวดล้อมช่วย ก็ได้ไปสู่สุคติ แต่ถ้าเกิดว่า กรรมดีนั้นหมดพลัง กรรมชั่วที่ทำไว้ก็ฉุดลงสู่ทุคติได้ สรุปคือสิ่งที่ทำมาตลอดชีวิตมีผลที่สุด ส่วนอีกด้านหนึ่งที่ผมสงสัยคือ

สิ่งที่เขาทำเป็นความชั่วแต่เข้าใจว่าเป็นสิ่งดี อย่างการสร้างเขื่อนตายไปเขารับกรรมดีหรือชั่ว?อันนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาเป็นหลัก เขาอาจเจตนาดี เพื่อความเจริญของบ้านเมือง แต่ไม่ได้รับรู้ว่าก่อผลกระทบอะไรบ้าง ก็อาจจะไม่ส่งผลเท่าไหร่ แต่ถ้าเขารับรู้แล้วเขายังยืนกรานทำต่อไป อันนั้นจะเป็นอกุศลกรรมขึ้นมา แต่ที่จริงมันซับซ้อนกว่านั้น อย่างเมื่อคนมีทุกข์จากการสร้างเขื่อน เขาอาจมีการประท้วง ต่อต้าน ก็อาจเกิดเป็นกฎแห่งกรรมที่อาจส่งผลกับเขาได้ ถ้าเขารู้ตัว เขาเปลี่ยนแปลงก็อาจสามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ แต่ถ้าเขาไม่ตระหนักไม่สนใจ ก็ทำให้จิตใจเขาแย่ลงไปได้กรรมจากเจตนาและไม่เจตนาต่างกันด้วย?
อยู่ที่เจตนาเป็นหลัก ถ้าไปเหยียบมดโดยไม่เจตนาก็ไม่ใช่กรรมชั่ว

จากที่พระอาจารย์พูดมาเป็นเรื่องเชื่อได้ยากเพราะมองไม่เห็น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งนี้มีจริง?

พระพุทธเจ้าให้ข้อคิดว่า เรื่องที่เป็นชาติหน้าอาจพิสูจน์ยาก ก็ให้ดูว่ามันมีประโยชน์ในชาติปัจจุบันหรือเปล่า เราก็พบว่าคนที่จิตเขาสงบ เขาก็ตายอย่างไม่ทุรนทุราย ไม่กระสับกระส่าย เขาขึ้นสวรรค์หรือไม่ เราไม่รู้ แต่เราพบว่าเขาไปอย่างสงบ ซึ่งดีกับตัวเขาเอง และดีต่อญาติมิตร สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าต่อตา ประจักษ์ได้นี่มันพิสูจน์ได้ เมื่อน้อมจิตเข้าไปในทางที่เป็นกุศล ก็ตายสงบ ที่เราเรียกว่าตายดี
ที่ว่าการบรรลุธรรมในภาวะสุดท้าย เป็นอย่างไรครับ?
การบรรลุธรรม คือการที่ได้เห็นความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน การได้เห็นว่าสังขารนี้มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ แต่ก่อนเคยยึดถือว่าต้องเที่ยง พอไปยึดถือเช่นนี้เราเลยทุกข์ทรมาน เมื่อเจ็บเมื่อป่วย และเมื่อใกล้ตาย ยิ่งยึดเท่าไร ก็ยิ่งเจ็บ ยิ่งปวด ยิ่งทุกข์ ตรงนี้ธรรมชาติจะสอน สภาวะยามใกล้ตายจะแสดงตัวชัด ธรรมชาติกำลังตะโกนใส่หน้าเราว่า สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงโว้ย สังขารเป็นทุกข์โว้ย ถ้าเป็นคนที่มีสติ ก็จะได้คิด แล้วก็ปล่อยวาง เมื่อปล่อยวางจิตก็หลุดพ้น บรรลุธรรมคือจิตหลุดพ้น เพราะเกิดปัญญา เห็นความไม่เที่ยง
ความเป็นทุกข์ ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนของสังขาร ในภาวะที่เจ็บป่วย มันสอนใจได้ดี ตอนมีสุขเกิดความหลงได้ง่าย คนที่ประสบความสำเร็จยิ่งมีความมั่นใจว่าทุกอย่างอยู่ในอำนาจ อยู่ในกำมือของเรา สามารถบันดาลให้ไปตามใจฉันได้ อยากรวยก็ได้รวย อยากชนะก็ชนะ แต่เมื่อใกล้ตายนี่เห็นชัดเลยว่า สังขารนอกจากไม่เที่ยงเป็นทุกข์แล้ว ยังไม่อยู่ในกำมือและการควบคุมของเรา เราอยากให้หายก็ไม่หาย ไม่อยากให้ปวดก็ปวด ตรงนี้แหละธรรมชาติกำลังแสดงธรรมใส่หน้าเราว่า มันเป็นทุกข์ มันไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน มันไม่เที่ยง ทำให้เกิดปัญญาถ้ามีสติ แต่ถ้ายังดื้อรั้นก็ยิ่งปวดยิ่งทุกข์



                               

ความตายเหมือนก้อนหิน ถ้าแบกก็หนัก แต่ก้อนหินใหญ่แค่ไหนก็ตามถ้าไม่ไปแบกมันก็ไม่หนัก ความตายก็เหมือนกัน มันยิ่งใหญ่แค่ไหน ถ้าไม่แบกมันก็ไม่หนัก แต่ที่เป็นทุกข์ก็เพราะไปแบก สังขารมันทุกข์เพราะเราแบก ปล่อยวางเสียมันก็เบา บรรลุธรรมก็ตรงนี้

อาจารย์พุทธทาสท่านก็บอก ความเจ็บป่วยนี่เหมือนอาจารย์สอนธรรมเรา ทำให้เกิดปัญญา ให้เข้าใจธรรมชาติความเป็นจริงในชีวิตได้
บางคนอยากให้หลับไปเลย อย่างนั้นเป็นการตายดีหรือเปล่า?ไม่มีความแน่ใจว่า การหลับตายไปเลยนั้นจะเป็นการตายดีหรือเปล่า ก่อนตายอาจฝันร้าย น่ากลัว จนขาดใจตายไปเลย หรืออาจไม่ได้นึกคิดอะไรแต่เกิดอาการหัวใจวาย ซึ่งตอนนั้นอาจทำให้จิตทุรนทุราย และไปทุคติได้คนที่ตายด้วยเจตนาดี อย่างพวกพลีชีพจะไปดีไหม?ถ้าเป็นการทำร้ายคนอื่น จิตจะเจือไปด้วยความพยาบาท ความโกรธ ความเกลียด ความต้องการที่จะทำให้ชีวิตอื่นพินาศไป จิตแบบนี้เป็นจิตอกุศล ซึ่งถ้าตายไปด้วยจิตแบบนี้ ในทางพุทธศาสนาไม่ถือเป็นการตายดี แต่ในกรณีเช่น ผู้หญิงไปช่วยเด็กแล้วถูกรถชน ถ้าจิตสุดท้ายไม่ได้กลัว ไม่ได้ตื่นตระหนก ก็เป็นตายดีได้ หรือคนที่เขาไปช่วยอยู่กลางการปะทะ ไม่ให้มีการทำร้ายกัน เคยมีคนไปขวางรถถัง เป็นกำแพงมนุษย์ เขาทำด้วยจิตที่ไม่มีโกรธ ไม่ตื่นตระหนก ไม่ความกลัว การตายนั้นน่าจะเป็นการตายดีได้ ตายด้วยจิตที่ปรารถนาจะช่วยเพื่อนมนุษย์ ส่วนการฆ่าตัวตาย เจือไปด้วยจิตที่น้อยเนื้อต่ำใจ จิตที่เกลียดตัวเอง กระทำบางสิ่งเพื่อความสะใจ เช่นน้อยใจพ่อแม่ก็ฆ่าตัวตายเพื่อสะใจที่ทำให้เขาเป็นทุกข์ แบบนี้ไม่เป็นการตายดี

ในสมัยพุทธกาลมีภิกษุภิกษุณีฆ่าตัวตายเหมือนกัน ด้วยความผิดหวัง แต่ในช่วงขณะจิตสุดท้ายเขามีสติรับรู้ ความเจ็บปวดรบกวน ก็เห็นว่าสังขารไม่เที่ยง สังขารเป็นทุกข์ ไม่น่ายึดถือ ก็เกิดปัญญาขึ้น ปล่อยวางความยึดถือในสังขาร จิตก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ แต่ไม่ใช่บรรลุธรรมเพราะฆ่าตัวตาย แต่เพราะเกิดปัญญาจากการได้เห็นความไม่เที่ยงของสังขาร หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง เป็นมเหสีสมัยพุทธกาล ถูกหลอกให้ไปติดอยู่ในปราสาท แล้วครอกไฟเผา ขณะที่กำลังเจ็บปวด นางบอกให้ทุกคนเอาเวทนาเป็นอารมณ์ เอาสติตั้งมั่น ก็บรรลุธรรมตอนนั้นเอง นี่ก็เป็นการตายดี แม้จะเจ็บปวด ศพไม่สวย ตายดีหรือไม่จึงอยู่ที่สภาวะจิต โดยเฉพาะจิตสุดท้าย ว่าจะตั้งมั่นอยู่ในกุศลหรือไม่
สิ่งที่คนเห็นก่อนตาย เกิดจริงหรือจิตปรุงแต่ง?
ถ้าตอบอย่างอาจารย์หลวงปู่ดูลย์ ก็ว่าไอ้ที่เห็นน่ะจริง แต่สิ่งที่เห็นนั้นไม่จริง หมายความว่าจิตมันปรุงแต่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือการปรุงแต่งของจิต หรือไม่ได้เกิดจากการปรุงแต่ง แต่มีรากเหง้าที่มาอยู่ในจิต ไม่ใช่เพราะมีสิ่งข้างนอกเข้ามา กรรมนิมิตที่เกิดมาจากการกระทำในอดีตนี่ มันก็คือสิ่งที่เราสับสนในใจอยู่แล้ว เหตุการณ์ที่ประสบอยู่ทุกวินาทีตั้งแต่เกิดจนตาย มันไม่ได้สูญสลายไปไหน มันถูกเก็บอยู่ในจิตส่วนลึกของเรา สิ่งเหล่านี้บางทีเราก็ดึงออกมาใช้ได้ บางทีก็เอาออกมาไม่ได้ แต่ตอนใกล้ตาย สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่ติดอยู่ในส่วนลึก พรั่งพรูออกมาอย่างรวดเร็ว ที่คนใกล้ตายเห็นนั้นเห็นจริง เราเห็นเหตุการณ์ในอดีต แต่ไม่ใช่เรากลับไปสู่อดีต เป็นเพียงภาพอดีตที่ปรากฏขึ้น

เรื่องยมทูตเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะคนที่จวนตายแล้วฟื้นขึ้นมาได้ เขาก็บอกว่าเขาได้เห็นคนที่ตายไปแล้วมารับเขา เราก็อาจจะบอกได้ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากจิตที่เข้าไปรับรู้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออาจจะมีวิญญาณของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วมารับเขาจริง ๆ นี่ก็อาจจะเป็นไปได้เหมือนกัน หรือจิตเขาอาจกำลังเคลื่อนเข้าสู่อีกภพหนึ่งที่ซ้อนอยู่กับภพมนุษย์ คือมันซ้อนกันอยู่ คนที่ใกล้ตาย จิตเขาสามารถที่จะเห็นทะลุไปถึงภพของคนตายได้ ซึ่งอาจซ้อนอยู่ทุกขณะอยู่แล้วแต่เราไม่เห็น เช่นเดียวกับที่มองไม่เห็นแสงอุลตร้าไวโอเล็ต ทั้งที่มันมีอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งเสียงที่เราไม่ได้ยิน เพราะหูและตาเรารับได้จำกัด ไม่ใช่มันไม่มี แต่เรามองไม่เห็นเอง อาจเป็นไปได้ แต่ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน เป็นที่ยอมรับ
อยากให้พระอาจารย์แจงแจงคำว่าการทำดี?ก็เช่นว่า แม่ที่เลี้ยงลูกมาจนโต เสียสละเพื่อลูก ทำให้ลูกพึ่งพาตัวเองได้ มีความเจริญก้าวหน้า นี่เป็นความดีที่น่าระลึกถึง หรือความดีของลูกที่มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ได้ช่วยดูแล หรือความดีในการเอื้อเฟื้อต่อเพื่อน ให้อภัยเพื่อน เสียสละเงินทองความสุขส่วนตัวเพื่อเพื่อน หรือความดีที่ทำกับศาสนา ทำบุญ สร้างศาลา กุฏิ หรือการประพฤติปฏิบัติธรรม การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ พาคนตาบอดข้ามถนน ช่วยเหลือสัตว์ มด ที่เดือดร้อน ทั้งหมดนี้คือความดีที่เราสามารถระลึกถึง หรือช่วยให้คนไข้ที่ใกล้ตายระลึกถึงความดีเหล่านี้ ทำให้เกิดความภูมิใจ แม้แต่โจรก็ต้องมีความดี ความดีที่เสียสละเพื่อเพื่อน การเป็นลูกที่ดี หรือพ่อแม่ที่ดีที่หวังว่าโครงการจะทำให้สังคม เปลี่ยนการดำเนินชีวิต เปลี่ยนไปเป็นอย่างไรครับ?ประเด็นนี้พูดยาวนะ คือถ้าคนในสังคมเปลี่ยนทัศนะคติเกี่ยวกับความตาย จากการปฏิเสธหรือการไม่ยอมพูดถึงความตาย... ทุกวันนี้คนจำนวนไม่น้อยเอาแต่เสพสุข เอาเงิน เอาความสำเร็จเป็นเป้าหมาย โดยหลงลืมความตาย อยู่แบบลืมความตาย เอาแต่เสพสุข หรือบางคนนึก แต่คิดว่าไหน ๆ ก็จะตายขอเสพสุขให้เต็มที่ โดยไม่ได้คิดว่าความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต ความจริงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ถ้าคนเรานึกถึงความตาย เขาจะไม่มุ่งหาเงินทองอย่างเดียว แต่จะมุ่งสร้างความดี ทำชีวิตให้มีคุณค่า มีความอ่อนโยนต่อทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าญาติมิตร ครอบครัว ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม มีหลายคนที่บอกว่า ชีวิตนี้ตั้งใจทำงานหาเงินให้เต็มที่ เมื่อมีเงินจะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว พิธีกรรายการหนึ่งก็เคยพูดอย่างนี้ เสร็จแล้วเมื่อเขาทำงานมา 10 กว่าปี ก็พบว่าเขาเป็นมะเร็ง จากที่ตั้งใจว่าจะทำงาน 20 ปี แล้วกลับมาอยู่กับครอบครัว แล้วก็ทำไม่ได้ เพราะเขาทำงานหนักจนร่างกายรับไม่ไหว ตอนนั้นเขาก็มานึกเสียดายว่าชีวิตที่ผ่าน เขาไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวเลย เพราะคิดแต่ว่าครอบครัวไว้ทีหลัง ทำงานก่อน

ความตายจะมาเมื่อไรก็ไม่รู้ เราไม่สามารถกำหนดล่วงหน้าได้ มันจะมาเมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ถ้าเราระลึกได้ว่า มันจะต้องเกิดขึ้นกับเราเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าระลึกถึงตรงนี้เขาจะใช้เวลาที่มีอย่างมีความหมายมากที่สุด อีกทั้งการใช้เวลาเพื่อการหาเงินเป็นความผิดพลาดเพราะฉะนั้นถ้าเราระลึกว่าเราต้องการตายดีก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำความดี ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมและตัวเอง และเมื่อเราไม่แน่ใจว่าจะตายเมื่อไหร่ เวลาแต่ละนาทีเราจะใช้ไปอย่างมีประโยชน์มากที่สุด การเที่ยว การสนุกสนานอาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ครอบครัว การทำความดี การฝึกจิตฝึกใจจะกลายเป็นเรื่องสำคัญขึ้นมา

ส่วนใหญ่บอกว่าครอบครัวเอาไว้ก่อน ปฏิบัติธรรมเอาไว้ก่อน ไว้ให้แก่จึงมีเวลา แต่ถึงเวลาหลายคนไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ เพราะลืมไปว่าความตายมาเมื่อไรก็ได้ ความตายไม่แน่นอนสำหรับเรา และไม่แน่นอนสำหรับคนอื่นอื่น เขาจะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ฉะนั้นเมื่อเรารู้ว่าชีวิตของคนที่เรารัก ของคนที่เราเคารพก็ไม่แน่ไม่นอนเหมือนกัน การพบกันครั้งนี้อาจเป็นการพบกันครั้งสุดท้ายก็ได้ อาจไม่ได้พบกันอีก ถ้าเราระลึกได้เช่นนี้ เราก็จะปฏิบัติต่อเขาอย่างอ่อนโยน การที่ด่ากัน ทะเลาะกัน แล้วคิดว่าไว้วันหลังค่อยคืนดีกัน มันอาจสายไปแล้วก็ได้ เขาอาจไปก่อนจะได้คืนดีกัน แต่ถ้าเราตระหนักว่าเขาจะไปเมื่อไรก็ไม่รู้ เราก็จะเร่งที่จะคืนดี หรือไม่อยากทะเลาะกันเลยก็เป็นได้ เพราะรู้ว่าไม่นานเราก็จะตายจากกัน เราจะอ่อนโยนในการสัมพันธ์กับผู้คนมากขึ้น

ในอีกแง่หนึ่ง ชีวิตเราจะปล่อยวางได้มากขึ้น เวลาของหาย งานการไม่ประสบความสำเร็จ คนส่วนใหญ่กลุ้มใจ แต่พอเราระลึกถึงความตายจะรู้ว่า ได้เรื่องปัญหาเหล่านี้จิ๊บจ๊อยมากก็จะปล่อยวางมันได้ ถ้าเรามีความเข้าใจดีว่าความตายจะเกิดขึ้นกับเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ไม่รู้ เราจะระมัดระวังในการดำเนินชีวิตมากขึ้น และขณะเดียวกัน เมื่อเราตระหนักว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเสมอไป ความตายอาจเป็นโอกาสแห่งการยกระดับจิตใจเราจะไม่กลัวความตาย กล้าเผชิญความตายมากขึ้น ผ่านพ้นความตายไปได้ด้วยใจสงบ

ทุกวันนี้เราคิดว่าเราเป็นอมตะ เราก็เลยพยายามสร้างและสะสมอะไรมากมาย เหมือนกับว่าเราจะอยู่ค้ำฟ้า สะสมเงินทองราวกับว่าจะได้ใช้ชั่วฟ้าดินสลาย เราจึงไม่เคยพอ แต่ถ้าเราคิดได้ว่าอายุคนเราอาจราวเพียง 100 ปี ก็จะตระหนักว่าการหาเงินมาเป็นร้อยล้านพันล้านก็เป็นความโง่อย่างหนึ่ง โดยเฉพาะหากคิดว่าจะหาเงินเหล่านั้นมาเพื่อเสพสุข เพราะไม่มีทางจะได้ใช้หมด สุดท้ายก็เป็นของคนอื่นไปสังคมและอารยธรรมจะเปลี่ยนไปถ้าเราตระหนักถึงความตาย อารยธรรมของทุกสังคมถูกกำหนดด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับความตาย เช่น อียิปต์ เขาคิดว่าจะฟื้นขึ้นใหม่ เขาเลยสร้างปิรามิด เอาศพไปฝังไว้ เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งจะได้ฟื้นขึ้นมา เบียดเบียนซึ่งกันและกัน สร้างศาสนสถานใหญ่โต ด้วยความหวังว่าเราจะฟื้นคืนมาได้ สังคมบริโภคนิยมก็เหมือนกัน เป็นสังคมซึ่งคิดว่าตัวเองจะไม่ตายหรือว่าอยู่แบบลืมตาย ก็เลยสะสมสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้
พระอาจารย์พูดเมื่อครู่นี้ว่าความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต เป็นอย่างนั้นจริงหรือครับ?ในแง่ของชาวพุทธ ไม่มีอะไรเลยที่จบ น้ำ เมื่อระเหย ไม่ไปไหน เป็นไอ ไอน้ำก็ไม่ไปไหน กลายเป็นเมฆแล้วกลายเป็นฝน เมื่อสัตว์หรือพืชตายก็ไม่จบ ซากเป็นขยะ จากขยะเป็นปุ๋ย จากนั้นก็เป็นต้นไม้ เป็นผัก จากนั้นก็เป็นสัตว์อีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีการจบสิ้น ความตายไม่เคยเป็นการสิ้นสุดของสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลยในธรรมชาติ และความตายก็เป็นจุดเริ่มต้นของหลายสิ่ง เพราะฉะนั้นในธรรมชาติไม่มีอะไรสูญสลายไปอย่างสิ้นเชิง มีแต่แปรสภาพหรือเปลี่ยนไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง หรือนำไปสู่การเริ่มต้นอีกสิ่งหนึ่ง กายและใจของเราก็ตามก็จะยังไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ยังมีเหตุปัจจัยให้เกิดความสืบเนื่องต่อไป

ในพุทธศาสนากายและใจของคนก็เหมือนกับเทียน ถ้ายังมีเชื้ออยู่ มีไส้อยู่ ไฟก็ต้องมี ถึงไฟจะดับไป ตะเกียงนั้นก็สามารถจะเกิดเปลวไฟเปลวใหม่ขึ้นมา มันจะไม่มีเปลวไฟก็ต่อเมื่อน้ำมันหมด หรือไส้ตะเกียงหมด คนเราถ้ายังมีกิเลสอยู่ ยังมีตัวตนอยู่ก็ยังมีการเกิดอยู่ ต่อเมื่อกิเลสหมด ความยึดถือในตัวตนหมดมันถึงจะเป็นไฟที่ดับอย่างสิ้นเชิง เพราะไส้และน้ำมันหมดไปแล้ว
ได้แล้วกระมังครับ? โอเค ได้เนื้อหาครบ พอดีเวลาด้วยอืม โอเค

บทสัมภาษณ์ พระไพศาล วิสาโล ประเด็นความตาย
วันที่ ๑๗-๑๙ มีนาคม ๒๕๕๐ ณ สวนสายน้ำ หาดใหญ่ สงขลา
โดย : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

คัดลอกจาก http://www.visalo.org/columnInterview



Medicine Buddha Mantra
Namoh Ratna Tra-ya
7 Lines Prayer of Guru Rinpoche

Ganesh Mantra
Tibetan Healing Sound
Music For Reading
Pass it on
Lotus Buddha

Magical Healing mantra